โมดูล 2/5 · สัปดาห์ 4–6 · 27 ชม.

เซนเซอร์และแอคชูเอเตอร์อุตสาหกรรม

UAT 202 พื้นฐานเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ

เวลาเรียนประมาณ 80 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 27 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. เลือกเซนเซอร์ตรวจวัตถุชนิดเหนี่ยวนำ ความจุ และโฟโตอิเล็กทริกให้ตรงกับวัตถุและงาน
  2. อธิบายเอาต์พุตแบบ PNP และ NPN และต่อเข้ากับอินพุต PLC ให้ถูกชนิด
  3. แปลงสัญญาณ 4–20 mA เป็นค่าวัด และตรวจสายขาดหรือเซนเซอร์ขัดข้อง
  4. เปรียบเทียบแอคชูเอเตอร์ ได้แก่ วาล์วกับกระบอกลม relay กับ contactor และ stepper กับ servo

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 202 โมดูล 1 · UAT 103 (ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์)

ทำไมต้องรู้

สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ต้องรู้ว่าโดรนลงจอดแล้ว แบตเตอรี่อยู่บนสายพานหรือยัง และตู้ชาร์จร้อนเกินไปหรือไม่ ถ้าเลือกเซนเซอร์ผิดชนิด เช่น ใช้เซนเซอร์ที่ตรวจได้แต่โลหะกับกล่องแบตเตอรี่พลาสติก ระบบก็ “มองไม่เห็น” แบตเตอรี่ และถ้าต่อเซนเซอร์ผิดชนิดกับ PLC สัญญาณจะไม่เข้าเลย แม้เซนเซอร์ทำงานปกติ

เซนเซอร์ตรวจวัตถุ

ชนิดหลักการตรวจจับอะไรได้ใช้ในสถานีอย่างไร
เหนี่ยวนำ (inductive)สนามแม่เหล็กไฟฟ้าโลหะเท่านั้นตรวจว่าแขนกลโลหะถึงตำแหน่งแล้ว
ความจุ (capacitive)สนามไฟฟ้าสถิตโลหะและอโลหะ เช่น พลาสติก ไม้ ของเหลวตรวจกล่องแบตเตอรี่พลาสติก
โฟโตอิเล็กทริกลำแสงวัตถุที่บังหรือสะท้อนแสงตรวจโดรนบนลานจอด

เซนเซอร์โฟโตอิเล็กทริกมีสามแบบ แบบ through-beam ตัวส่งกับตัวรับแยกกัน วัตถุบังลำแสง แบบ retro-reflective ตัวส่งกับตัวรับอยู่ในตัวเดียว แสงสะท้อนกลับจากแผ่นสะท้อน และแบบ diffuse แสงสะท้อนจากตัววัตถุเอง

PNP กับ NPN

เซนเซอร์แบบสามสายมีสายไฟบวก สายไฟลบ และสายสัญญาณ เมื่อตรวจพบวัตถุ

  • PNP (sourcing) ต่อสายสัญญาณเข้ากับไฟบวก กระแสไหล ออก จากเซนเซอร์เข้าอินพุต PLC
  • NPN (sinking) ต่อสายสัญญาณลงไฟลบ กระแสไหล เข้า เซนเซอร์
สองภาพ ด้านซ้าย PNP เซนเซอร์มีสาย +24 V สาย 0 V และสายสัญญาณเข้าอินพุต PLC เมื่อตรวจพบ ขาสัญญาณต่อกับ +24 V ด้านขวา NPN แบบเดียวกัน แต่เมื่อตรวจพบ ขาสัญญาณต่อกับ 0 V
ภาพที่ 1 เอาต์พุตเซนเซอร์แบบ PNP และ NPN

อินพุตของ PLC ต้องเป็นชนิดที่เข้าคู่กัน อินพุตแบบ sinking ใช้กับเซนเซอร์ PNP และอินพุตแบบ sourcing ใช้กับเซนเซอร์ NPN ต้องตรวจจากคู่มือของทั้งเซนเซอร์และโมดูลอินพุตทุกครั้ง รวมทั้งแรงดันไฟเลี้ยงที่ระบุในเอกสารข้อมูลของเซนเซอร์รุ่นนั้น

สัญญาณ 4–20 mA

เซนเซอร์ที่วัดค่าต่อเนื่อง เช่น อุณหภูมิหรือความดัน ในงานอุตสาหกรรมนิยมส่งเป็น กระแส 4–20 mA เพราะกระแสในวงจรอนุกรมเท่ากันทุกจุด สายยาวจึงไม่ทำให้ค่าเพี้ยนเหมือนสัญญาณแรงดัน และเริ่มที่ 4 mA ไม่ใช่ 0 mA (live zero) เพื่อแยก “ค่าศูนย์จริง” ออกจาก “สายขาด” ได้

แถบกระแส 0 ถึง 23 mA ช่วงสีเขียว 4 ถึง 20 mA คือช่วงวัด 0 ถึง 100 องศาเซลเซียส 12 mA ตรงกับ 50 องศา ช่วงสีชมพูต่ำกว่า 3.6 mA และสูงกว่า 21 mA คือช่วงแจ้งขัดข้อง
ภาพที่ 2 สเกลสัญญาณ 4–20 mA และช่วงแจ้งขัดข้อง

ข้อแนะนำ NAMUR NE 43 กำหนดระดับสัญญาณสำหรับแจ้งขัดข้องของเครื่องส่งสัญญาณ แหล่งข้อมูลทั่วไปอธิบายว่าค่าไม่เกิน 3.6 mA หรือตั้งแต่ 21 mA ขึ้นไปหมายถึงขัดข้อง ตัวเลขนี้ควรตรวจกับคู่มือของเครื่องส่งสัญญาณรุ่นที่ใช้

ตัวอย่างที่ 1 แปลงสัญญาณอุณหภูมิตู้ชาร์จ

เครื่องส่งสัญญาณอุณหภูมิตั้งช่วง 0–100 °C เป็น 4–20 mA

def to_temperature(ma, lo=0.0, hi=100.0):
    if ma <= 3.6:
        return None, "fault: low (open wire or dead sensor)"
    if ma >= 21.0:
        return None, "fault: high (sensor failure)"
    value = lo + (ma - 4.0) / 16.0 * (hi - lo)
    note = "ok" if 4.0 <= ma <= 20.0 else "outside range, check sensor"
    return value, note


for ma in (4.0, 8.8, 12.0, 20.0, 2.1, 21.5, 3.8):
    value, note = to_temperature(ma)
    shown = f"{value:6.1f} °C" if value is not None else "   ---  "
    print(f"{ma:5.1f} mA -> {shown}  {note}")
  4.0 mA ->    0.0 °C  ok
  8.8 mA ->   30.0 °C  ok
 12.0 mA ->   50.0 °C  ok
 20.0 mA ->  100.0 °C  ok
  2.1 mA ->    ---    fault: low (open wire or dead sensor)
 21.5 mA ->    ---    fault: high (sensor failure)
  3.8 mA ->   -1.3 °C  outside range, check sensor

ค่า 2.1 mA ไม่ได้แปลว่าอุณหภูมิติดลบ แต่แปลว่าสายขาดหรือเซนเซอร์เสีย โปรแกรมต้องแจ้งขัดข้องและทำให้ระบบปลอดภัย เช่น หยุดชาร์จ แทนที่จะคำนวณเป็นอุณหภูมิ ส่วน 3.8 mA อยู่ระหว่างช่วงวัดกับช่วงขัดข้อง โปรแกรมจึงยังคำนวณได้ (−1.3 °C) แต่เตือนให้ตรวจเซนเซอร์

แอคชูเอเตอร์

  • วาล์วโซลินอยด์กับกระบอกลม ไฟฟ้าสั่งวาล์ว วาล์วปล่อยลมอัดไปดันลูกสูบ กระบอกลมแบบ single-acting ดันด้วยลมแล้วคืนด้วยสปริง แบบ double-acting ใช้ลมทั้งดันออกและดึงกลับ แขนกลจับแบตเตอรี่ของสถานีใช้แบบนี้
  • Relay กับ contactor ใช้สัญญาณเล็กเปิดปิดวงจรใหญ่ contactor เป็นรีเลย์ขนาดใหญ่สำหรับโหลดกำลังสูง เช่น มอเตอร์
  • Stepper กับ servo มอเตอร์ stepper หมุนเป็นขั้นตามจำนวนพัลส์ โดยทั่วไปไม่วัดตำแหน่งกลับ (วงเปิด) ส่วน servo มี encoder วัดตำแหน่งแล้วแก้ไข (วงป้อนกลับ) stepper ราคาถูกกว่า แต่ถ้าโหลดเกินอาจหลุดขั้นโดยตัวควบคุมไม่รู้

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: ทดสอบเซนเซอร์และแอคชูเอเตอร์บนชุดฝึก

  1. ทดสอบเซนเซอร์เหนี่ยวนำ ความจุ และโฟโตอิเล็กทริกกับวัตถุโลหะ พลาสติก และกล่องแบตเตอรี่ บันทึกระยะที่ตรวจพบ
  2. อ่านฉลากเซนเซอร์และโมดูลอินพุต PLC ระบุว่าเป็น PNP หรือ NPN และ sinking หรือ sourcing แล้วต่อสายภายใต้การควบคุมของอาจารย์ (ตัดไฟก่อนต่อทุกครั้ง)
  3. ใช้เครื่องจำลองสัญญาณหรือมัลติมิเตอร์วัดวงจร 4–20 mA ที่ 4, 12 และ 20 mA แล้วตรวจกับโค้ดตัวอย่างที่ 1
  4. ถอดสายสัญญาณ 4–20 mA ออกหนึ่งเส้น สังเกตค่าที่อ่านได้ และตรวจว่าโปรแกรมแจ้งขัดข้อง
  5. สั่งวาล์วโซลินอยด์ให้กระบอกลมเคลื่อนที่ บันทึกเวลาเคลื่อนที่และสังเกตว่าเป็นแบบ single หรือ double acting

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • ใช้เซนเซอร์เหนี่ยวนำกับวัตถุพลาสติก
  • ต่อเซนเซอร์ PNP กับอินพุตชนิดที่ไม่เข้าคู่กัน
  • แปลงสัญญาณต่ำกว่า 4 mA เป็นค่าวัด แทนการแจ้งขัดข้อง
  • ใช้ relay เล็กสั่งมอเตอร์กำลังสูงโดยตรง
  • ใช้ stepper ในงานที่ต้องรู้ตำแหน่งแน่นอน โดยไม่มีการตรวจตำแหน่ง

สรุป

  • เซนเซอร์เหนี่ยวนำตรวจโลหะ ความจุตรวจได้ทั้งโลหะและอโลหะ โฟโตอิเล็กทริกใช้ลำแสงสามแบบ
  • PNP ต่อสัญญาณกับไฟบวก NPN ต่อกับไฟลบ และต้องเข้าคู่กับอินพุต PLC
  • 4–20 mA เริ่มที่ 4 mA เพื่อแยกค่าศูนย์ออกจากสายขาด และต้องแจ้งขัดข้องเมื่อสัญญาณหลุดช่วง
  • เลือกแอคชูเอเตอร์ตามโหลดและความต้องการวัดตำแหน่ง

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. ต้องตรวจกล่องแบตเตอรี่พลาสติก ควรใช้เซนเซอร์ชนิดใด ระหว่างเหนี่ยวนำกับความจุ
  2. เครื่องส่งสัญญาณช่วง 0–100 °C ส่ง 16 mA อุณหภูมิเท่าใด
  3. เครื่องส่งสัญญาณช่วง 0–10 bar ส่ง 6 mA ความดันเท่าใด
  4. อ่านได้ 0.5 mA ควรตีความอย่างไร
  5. เซนเซอร์ PNP ต่อสายสัญญาณกับอะไรเมื่อตรวจพบวัตถุ
เฉลย
  1. ความจุ เพราะเหนี่ยวนำตรวจได้เฉพาะโลหะ
  2. °C
  3. bar
  4. ขัดข้อง เช่น สายขาดหรือเซนเซอร์ไม่มีไฟ ไม่ใช่ค่าวัด
  5. ไฟบวก (sourcing)

สรุปสูตรสำคัญ

แปลง 4–20 mA เป็นค่าวัด

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. ifm electronic. Proximity sensors explained: types, applications and benefits. link
  2. KEYENCE. Photoelectric sensors. link
  3. Fluke Corporation. What is a 4-20 mA current loop? link
  4. NAMUR. (2021). NE 43: Standardization of the signal level for the failure information of digital transmitters. link
  5. Oriental Motor. The choice between servo motors and stepper motors. link
  6. Bolton, W. (2015). Programmable logic controllers (6th ed.). Newnes.

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย

หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และฝูงโดรน · เซนเซอร์และระบบสมองกลฝังตัว · คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และสถิติ