มาตรฐานการเขียนแบบ
UAT 208 การเขียนแบบและการสร้างต้นแบบด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- อ่านและจัดภาพฉายมุมที่หนึ่งและมุมที่สามตาม ISO 5456-2
- ใช้ค่าพิกัดความเผื่อทั่วไปตาม ISO 2768-1 กับขนาดที่ไม่ได้ระบุค่าพิกัด
- คำนวณการสะสมค่าพิกัดแบบกรณีเลวร้ายที่สุดและแบบ RSS
- อ่าน fit ระบบ ISO 286 และเลือกรูเผื่อสกรูตาม ISO 273
ทำไมต้องรู้
แบบวิศวกรรมเป็นภาษากลางระหว่างผู้ออกแบบ ช่างพิมพ์ และผู้ตรวจ ถ้าอ่านภาพฉายสลับกัน ชิ้นงานจะกลับด้าน ถ้าไม่บอกค่าพิกัด ช่างจะไม่รู้ว่ายอมให้คลาดได้เท่าใด แล้วชิ้นส่วนที่พิมพ์มาอาจประกอบไม่ได้ วิชานี้ใช้กรณีสมมติเดียวตลอด: แล็บออกแบบและพิมพ์ขายึดกล้องและแขนโดรนต้นแบบจาก PLA ตัวเลขเป็นข้อมูลสมมติ ยกเว้นที่ระบุแหล่ง โค้ด Python ดาวน์โหลดได้ที่ /downloads/uat-208/
ภาพฉายและเส้น
ชุดมาตรฐาน ISO 128 (ฉบับปี 2020) กำหนดหลักการเขียนแบบ เช่น ชนิดของเส้นและการแสดงภาพตัด ISO 5456-2 กำหนดการจัดภาพฉายตั้งฉาก ซึ่งมีสองระบบที่ต้องแยกให้ออก
- มุมที่หนึ่ง (first angle) ใช้มากในยุโรปและเอเชีย ภาพด้านบนวางใต้ภาพด้านหน้า และภาพด้านซ้ายวางทางขวา
- มุมที่สาม (third angle) ใช้มากในอเมริกาเหนือ ภาพด้านบนวางเหนือภาพด้านหน้า และภาพด้านซ้ายวางทางซ้าย
แบบต้องมี สัญลักษณ์การฉาย (รูปกรวยตัดกับวงกลมซ้อน) ในช่องตาราง เพื่อบอกว่าใช้ระบบใด ส่วนการบอกขนาดใช้หลักตาม ISO 129-1 ตำราของ Giesecke และคณะ (2023) อธิบายทั้งสองระบบพร้อมตัวอย่าง
ค่าพิกัดความเผื่อทั่วไปและการสะสม
ทุกขนาดมี ค่าพิกัดความเผื่อ (tolerance) คือช่วงที่ยอมให้ขนาดจริงคลาดจากขนาดระบุ ถ้าไม่เขียนกำกับทุกขนาด ใช้ ค่าพิกัดทั่วไป ตาม ISO 2768-1 โดยเขียนในช่องตาราง เช่น “ISO 2768-m” ตารางกำหนดค่าตามช่วงขนาดและระดับ f (ละเอียด), m (ปานกลาง), c (หยาบ), v (หยาบมาก) มาตรฐานยังระบุว่าชิ้นงานที่เกินค่าพิกัดทั่วไปไม่ถูกปฏิเสธอัตโนมัติถ้าไม่กระทบการใช้งาน
เมื่อหลายชิ้นซ้อนกัน ค่าคลาดจะ สะสม วิธี กรณีเลวร้ายที่สุด (worst case) รวมค่าพิกัดตรง ๆ ปลอดภัยแต่ระมัดระวังเกินไป วิธี RSS ถือว่าค่าคลาดของแต่ละชิ้นอิสระกันและกระจายรอบค่ากลาง จึงรวมแบบรากที่สองของผลรวมกำลังสอง ได้ค่าแคบกว่าแต่ยอมให้มีโอกาสเกินเล็กน้อย
ตัวอย่างที่ 1 แผ่น 4 ชิ้นซ้อนในร่องของขายึด
แผ่นหนา 3.0 mm สี่ชิ้นใส่ในร่องกว้าง 12.5 mm ทุกขนาดใช้ ISO 2768-m
import math
ISO2768 = { # ระดับ: [(ขอบบนของช่วง mm, ค่าพิกัด ± mm), ...]
"f": [(3, 0.05), (6, 0.05), (30, 0.1), (120, 0.15), (400, 0.2), (1000, 0.3)],
"m": [(3, 0.1), (6, 0.1), (30, 0.2), (120, 0.3), (400, 0.5), (1000, 0.8)],
"c": [(3, 0.2), (6, 0.3), (30, 0.5), (120, 0.8), (400, 1.2), (1000, 2.0)],
}
def general_tol(size_mm, cls="m"):
return next(t for upper, t in ISO2768[cls] if size_mm <= upper)
for size in (2.5, 5, 25, 60, 150):
print(f"{size:>5} mm: f ±{general_tol(size, 'f')}, m ±{general_tol(size, 'm')}, c ±{general_tol(size, 'c')}")
plates = [3.0] * 4
slot = 12.5
t_plate = [general_tol(p) for p in plates]
t_slot = general_tol(slot)
gap = slot - sum(plates)
worst = t_slot + sum(t_plate)
rss = math.sqrt(t_slot ** 2 + sum(t * t for t in t_plate))
print(f"nominal gap {gap:.2f} mm, worst case ±{worst:.2f} -> min {gap - worst:+.2f} mm")
print(f"RSS ±{rss:.3f} -> min {gap - rss:+.3f} mm")
2.5 mm: f ±0.05, m ±0.1, c ±0.2
5 mm: f ±0.05, m ±0.1, c ±0.3
25 mm: f ±0.1, m ±0.2, c ±0.5
60 mm: f ±0.15, m ±0.3, c ±0.8
150 mm: f ±0.2, m ±0.5, c ±1.2
nominal gap 0.50 mm, worst case ±0.60 -> min -0.10 mm
RSS ±0.283 -> min +0.217 mm
ในกรณีเลวร้ายที่สุด แผ่นอาจใส่ร่องไม่ได้ แต่ถ้าคิดแบบ RSS ยังมีช่องว่างเหลือ ทีมต้องเลือกว่าจะยอมรับความเสี่ยงหรือเปลี่ยนแบบ เช่น ขยายร่องหรือกำหนดค่าพิกัดของร่องให้แคบลง ชิ้นที่พิมพ์ 3 มิติมักคลาดมากกว่าระดับ m จึงต้องวัดจริงในโมดูล 5
Fit และรูเผื่อสกรู
เมื่อเพลาต้องใส่ในรู เช่น เพลาของตลับลูกปืนหรือบานพับ ใช้ ระบบ fit ของ ISO 286 รูและเพลามีรหัสบอกตำแหน่งและความกว้างของแถบค่าพิกัด ตาม ISO 286-2 ขนาดช่วง 6–10 mm รู H7 มีค่า 0 ถึง +15 µm และเพลา g6 มีค่า −5 ถึง −14 µm ซึ่งเป็น fit แบบมีช่องว่างเล็กน้อยให้หมุนได้
สำหรับรูยึดสกรู ISO 273 กำหนดขนาดรูเผื่อสามระดับ เช่น M3 ใช้รู 3.2 mm (fine), 3.4 mm (medium) และ 3.6 mm (coarse)
ตัวอย่างที่ 2 ช่องว่างของ fit และรูเผื่อ M3
HOLE_H7 = (0.0, 0.015) # mm, ช่วง 6–10 mm ตาม ISO 286-2
SHAFT_G6 = (-0.014, -0.005)
c_min = HOLE_H7[0] - SHAFT_G6[1]
c_max = HOLE_H7[1] - SHAFT_G6[0]
print(f"8 H7/g6: clearance {c_min * 1000:.0f} to {c_max * 1000:.0f} µm")
ISO273_M3 = {"fine": 3.2, "medium": 3.4, "coarse": 3.6}
for series, hole in ISO273_M3.items():
print(f"M3 {series:<6}: hole {hole} mm, diametral clearance {hole - 3.0:.1f} mm")
8 H7/g6: clearance 5 to 29 µm
M3 fine : hole 3.2 mm, diametral clearance 0.2 mm
M3 medium: hole 3.4 mm, diametral clearance 0.4 mm
M3 coarse: hole 3.6 mm, diametral clearance 0.6 mm
ช่องว่างของ fit นี้วัดเป็นไมโครเมตร ซึ่งเครื่องพิมพ์ FDM ทำไม่ได้โดยตรง ถ้าต้องการ fit แบบนี้ ให้พิมพ์รูเล็กไว้แล้วคว้านหรือใส่บุชโลหะ ส่วนรูสกรูที่พิมพ์ มักเริ่มจากระดับ medium แล้วชดเชยตามผลวัด
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: เขียนแบบขายึดกล้อง
- ร่างภาพฉายสามด้านของขายึดกล้องทั้งแบบมุมที่หนึ่งและมุมที่สาม ใส่สัญลักษณ์การฉาย
- บอกขนาดตาม ISO 129-1 และระบุ “ISO 2768-m” ในช่องตาราง
- ใช้โค้ดตัวอย่างที่ 1 ตรวจการสะสมค่าพิกัดของชิ้นส่วนที่ซ้อนกัน
- เลือกขนาดรูสกรูตาม ISO 273 และบันทึกเหตุผล
- แลกแบบกับเพื่อนให้อ่าน แล้วบันทึกจุดที่อ่านผิดหรือขาดข้อมูล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- ไม่ใส่สัญลักษณ์การฉาย
- บอกขนาดซ้ำซ้อน จนค่าพิกัดขัดกัน
- ใช้ RSS กับชิ้นที่คลาดไปทางเดียวกันทั้งหมด
- กำหนด fit ระดับไมโครเมตรให้ชิ้นพิมพ์ FDM
- ลืมระบุหน่วยและมาตรฐานค่าพิกัดทั่วไป
สรุป
- มุมที่หนึ่งวางภาพบนไว้ใต้ภาพหน้า มุมที่สามวางไว้เหนือ ต้องมีสัญลักษณ์การฉายเสมอ
- ISO 2768-1 ให้ค่าพิกัดทั่วไปตามช่วงขนาด เช่น ระดับ m ช่วง 6–30 mm เท่ากับ ±0.2 mm
- การสะสมแบบกรณีเลวร้ายที่สุดรวมตรง ๆ แบบ RSS รวมแบบรากที่สองของผลรวมกำลังสอง
- fit 8 H7/g6 มีช่องว่าง 5–29 µm และรู M3 ตาม ISO 273 คือ 3.2/3.4/3.6 mm
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- ในมุมที่สาม ภาพด้านบนวางไว้ที่ใด
- ขนาด 45 mm ตาม ISO 2768-m ยอมให้คลาดเท่าใด
- ห้าชิ้นแต่ละชิ้น ±0.1 mm สะสมแบบกรณีเลวร้ายที่สุดและแบบ RSS ได้เท่าใด
- รู H7 และเพลา h6 ขนาด 8 mm (h6 = 0 ถึง −9 µm) มีช่องว่างต่ำสุดเท่าใด
- รูเผื่อสกรู M3 ระดับ medium ตาม ISO 273 มีขนาดเท่าใด
เฉลย
- เหนือภาพด้านหน้า
- ±0.3 mm (ช่วง 30–120 mm)
- กรณีเลวร้ายที่สุด ±0.5 mm แบบ RSS mm
- µm (อาจสัมผัสพอดี)
- 3.4 mm
สรุปสูตรสำคัญ
| สะสมค่าพิกัดแบบกรณีเลวร้ายที่สุด | |
| สะสมค่าพิกัดแบบ RSS | |
| ช่องว่างของ fit |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Giesecke, F. E., Lockhart, S., Goodman, M., & Johnson, C. M. (2023). Technical drawing with engineering graphics (16th ed.). Pearson. link
- International Organization for Standardization. (2020). Technical product documentation (TPD) — General principles of representation — Part 1: Introduction and fundamental requirements (ISO 128-1:2020). link
- International Organization for Standardization. (1996). Technical drawings — Projection methods — Part 2: Orthographic representations (ISO 5456-2:1996). link
- International Organization for Standardization. (2018). Technical product documentation (TPD) — Presentation of dimensions and tolerances — Part 1: General principles (ISO 129-1:2018). link
- International Organization for Standardization. (1989). General tolerances — Part 1: Tolerances for linear and angular dimensions without individual tolerance indications (ISO 2768-1:1989). link
- International Organization for Standardization. (2010). Geometrical product specifications (GPS) — ISO code system for tolerances on linear sizes — Part 2: Tables of standard tolerance classes and limit deviations for holes and shafts (ISO 286-2:2010). link
- International Organization for Standardization. (1979). Fasteners — Clearance holes for bolts and screws (ISO 273:1979). link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz