โมดูล 5/5 · สัปดาห์ 13–15 · 27 ชม.

การเลือกระบบและต้นทุนตลอดอายุ

UAT 301 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ

เวลาเรียนประมาณ 85 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. คัดทางเลือกด้วยข้อกำหนดบังคับก่อนให้คะแนนถ่วงน้ำหนัก
  2. ให้คะแนนแบบถ่วงน้ำหนักและทดสอบความไวของผลต่อน้ำหนัก
  3. คำนวณต้นทุนต่อปีและจุดคุ้มทุนระหว่างมีระบบเองกับจ้างบริการ
  4. เปรียบเทียบระบบสำเร็จรูป (COTS) กับระบบที่พัฒนาเอง

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 301 โมดูล 1–4

ทำไมต้องรู้

สี่โมดูลแรกให้ตัวเลขของแต่ละระบบย่อย โมดูลนี้นำตัวเลขทั้งหมดมาตอบคำถามของผู้บริหาร: ควรซื้อระบบแบบใด หรือควรซื้อเลยหรือไม่ ศูนย์ป้องกันภัยจังหวัดในกรณีของวิชานี้ต้องการทำแผนที่พื้นที่น้ำท่วม 4 km² และค้นหาผู้ประสบภัยเวลากลางคืน หน่วยความรู้เรื่องการเลือกภารกิจโดรนของคลังความรู้โดรนแนะนำให้เทียบสามทาง คือ ทำเอง จ้างบริการ หรือปรับวิธีเดิม และเขียนเหตุผลที่ตรวจย้อนได้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลสมมติ

คัดด้วยข้อกำหนดบังคับก่อน

คู่มือวิศวกรรมระบบของ NASA อธิบายการศึกษาทางเลือก (trade study) ว่าเริ่มจากเกณฑ์ที่ต้องผ่าน แล้วจึงเทียบทางเลือกที่เหลือด้วยเกณฑ์ถ่วงน้ำหนัก ถ้าให้คะแนนทุกทางเลือกโดยไม่คัดก่อน ทางเลือกที่ทำข้อบังคับไม่ได้อาจชนะด้วยคะแนนด้านอื่น

สี่แถบแคบลงจากบนลงล่าง ทุกทางเลือก หลายใบพัด ปีกตรึง VTOL จากนั้นผ่านข้อกำหนดบังคับแผนที่ 4 ตารางกิโลเมตรใน 3 เที่ยว จากนั้นให้คะแนนถ่วงน้ำหนักและทดสอบความไว และสุดท้ายต้นทุนตลอดอายุแล้วตัดสินใจ
ภาพที่ 1 ขั้นตอนเลือกระบบ UAS

ตัวอย่างที่ 1 คัดก่อนแล้วจึงให้คะแนน

ข้อบังคับคือทำแผนที่ 4 km² ให้เสร็จภายใน 3 เที่ยวบิน พื้นที่ต่อเที่ยวมาจากโมดูล 2 คะแนน 1–5 มาจากการประเมินของทีม (สมมติ)

import math

area_per_flight = {"multirotor": 0.73, "fixed-wing": 3.99, "VTOL": 2.42}   # km² ต่อเที่ยว
AREA, MAX_FLIGHTS = 4.0, 3
W = {"coverage": 0.30, "night search": 0.25, "launch space": 0.15, "cost": 0.20, "ease of use": 0.10}
S = {
    "multirotor": {"coverage": 2, "night search": 5, "launch space": 5, "cost": 4, "ease of use": 5},
    "fixed-wing": {"coverage": 5, "night search": 2, "launch space": 1, "cost": 4, "ease of use": 2},
    "VTOL": {"coverage": 4, "night search": 4, "launch space": 5, "cost": 2, "ease of use": 3},
}

def score(w, names):
    return {k: round(sum(w[c] * S[k][c] for c in w), 2) for k in names}

print("without screening:", score(W, S))
passed = [k for k, a in area_per_flight.items() if math.ceil(AREA / a) <= MAX_FLIGHTS]
for k, a in area_per_flight.items():
    print(f"{k:<11} needs {math.ceil(AREA / a)} flights")
print("after screening:  ", score(W, passed))
without screening: {'multirotor': 3.9, 'fixed-wing': 3.15, 'VTOL': 3.65}
multirotor  needs 6 flights
fixed-wing  needs 2 flights
VTOL        needs 2 flights
after screening:   {'fixed-wing': 3.15, 'VTOL': 3.65}

ถ้าไม่คัดก่อน โดรนหลายใบพัดจะชนะ แต่ต้องบินหลายเที่ยวเกินข้อบังคับ ซึ่งในงานน้ำท่วมหมายถึงข้อมูลช้าไปหลายชั่วโมง เมื่อคัดแล้ว VTOL ชนะปีกตรึงเพราะขึ้นลงในพื้นที่แคบได้และค้นหากลางคืนได้ดีกว่า

ทดสอบความไว

น้ำหนักของเกณฑ์เป็นความเห็นของทีม ตำราการออกแบบของ Dym และคณะเตือนว่าเมทริกซ์ตัดสินใจให้ตัวเลขที่ดูแม่นยำเกินจริง จึงต้องทดสอบว่าถ้าน้ำหนักเปลี่ยนเล็กน้อย ผลเปลี่ยนหรือไม่

ตัวอย่างที่ 2 เพิ่มหรือลดน้ำหนักทีละเกณฑ์ 0.10

S = {
    "fixed-wing": {"coverage": 5, "night search": 2, "launch space": 1, "cost": 4, "ease of use": 2},
    "VTOL": {"coverage": 4, "night search": 4, "launch space": 5, "cost": 2, "ease of use": 3},
}
W = {"coverage": 0.30, "night search": 0.25, "launch space": 0.15, "cost": 0.20, "ease of use": 0.10}

def winner(w):
    tot = {k: sum(w[c] * v[c] for c in w) for k, v in S.items()}
    best = max(tot, key=tot.get)
    return best, round(tot["VTOL"] - tot["fixed-wing"], 2)

for c in W:
    for d in (-0.10, 0.10):
        w = dict(W)
        w[c] = max(0.0, w[c] + d)
        total = sum(w.values())
        w = {k: v / total for k, v in w.items()}          # ปรับให้ผลรวมเป็น 1
        best, gap = winner(w)
        print(f"{c:<13} {d:+.2f} -> {best:<10} (VTOL - fixed-wing {gap:+.2f})")
coverage      -0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.67)
coverage      +0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.36)
night search  -0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.33)
night search  +0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.64)
launch space  -0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.11)
launch space  +0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.82)
cost          -0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.78)
cost          +0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.27)
ease of use   -0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.44)
ease of use   +0.10 -> VTOL       (VTOL - fixed-wing +0.55)

VTOL ชนะทุกกรณีที่ทดลอง แม้จะเพิ่มน้ำหนักของต้นทุนหรือพื้นที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นด้านที่ปีกตรึงได้เปรียบ ผลจึงค่อนข้างมั่นคง แต่ส่วนต่างแคบที่สุด (+0.11) เมื่อลดน้ำหนักของพื้นที่ขึ้นลง ทีมจึงควรยืนยันว่าจุดขึ้นลงในพื้นที่น้ำท่วมแคบจริง ถ้าผลพลิกเมื่อเปลี่ยนน้ำหนักเพียง 0.10 ต้องรายงานผู้บริหารว่าเป็นการตัดสินใจที่ขึ้นกับน้ำหนักข้อนั้น

ต้นทุนตลอดอายุ

หน่วยความรู้เรื่องต้นทุนตลอดอายุของคลังความรู้โดรนแบ่งต้นทุนเป็นค่าเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายตามจำนวนงาน และย้ำว่าก่อนเทียบราคาต้องตรวจว่าทุกทางเลือกให้ผลงานชนิดเดียวกัน มาตรฐาน IEC 60300-3-3 ให้แนวทางการคิดต้นทุนตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่จัดหา ใช้งาน บำรุงรักษา จนถึงปลดระวาง

ตัวอย่างที่ 3 มีระบบเองหรือจ้างบริการ

ระบบ VTOL พร้อมกล้องความร้อน 1,200,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อปี 150,000 บาท (ประกัน ฝึกอบรม บำรุงรักษา ซอฟต์แวร์) ค่าใช้จ่ายต่อภารกิจ 2,000 บาท ส่วนบริษัทรับจ้างคิดภารกิจละ 25,000 บาท (สมมติ)

CAP, LIFE, FIXED, VAR, SVC = 1_200_000, 5, 150_000, 2_000, 25_000

def own(n):
    return CAP / LIFE + FIXED + VAR * n

break_even = (CAP / LIFE + FIXED) / (SVC - VAR)
print(f"break-even {break_even:.1f} missions per year")
for n in (6, 12, 17, 24):
    o, s = own(n), SVC * n
    print(f"{n:>2} missions/yr: own {o:>9,.0f}  contract {s:>9,.0f}  -> {'own' if o < s else 'contract'}")
break-even 17.0 missions per year
 6 missions/yr: own   402,000  contract   150,000  -> contract
12 missions/yr: own   414,000  contract   300,000  -> contract
17 missions/yr: own   424,000  contract   425,000  -> own
24 missions/yr: own   438,000  contract   600,000  -> own

ถ้าจังหวัดมีภารกิจราว 12 ครั้งต่อปี การจ้างบริการถูกกว่า แต่ต้นทุนไม่ใช่เหตุผลเดียว งานภัยพิบัติต้องการบินภายในไม่กี่ชั่วโมง ถ้าบริษัทรับจ้างมาไม่ทัน การมีระบบเองอาจคุ้มแม้ต้นทุนสูงกว่า ผู้บริหารจึงควรเห็นทั้งตัวเลขและเงื่อนไขเวลาตอบสนองในสัญญาจ้าง

กราฟค่าใช้จ่ายต่อปีตามจำนวนภารกิจต่อปี 0 ถึง 30 เส้นสีฟ้ามีระบบเองเริ่มที่ 390,000 บาทและชันน้อย เส้นสีชมพูจ้างบริการเริ่มที่ศูนย์และชันมาก ตัดกันที่ประมาณ 17 ภารกิจต่อปี มีเส้นประสีทองแสดงจุดคุ้มทุน
ภาพที่ 2 ต้นทุนต่อปีเมื่อมีระบบเองเทียบกับจ้างบริการ

ระบบสำเร็จรูปหรือพัฒนาเอง

Fahlstrom และคณะ และ Barnhart และคณะ อธิบายว่าระบบสำเร็จรูป (commercial off-the-shelf, COTS) ได้เปรียบเรื่องความพร้อมใช้ การรับประกัน อะไหล่ และเอกสาร แต่มักจำกัดการปรับแต่ง การเข้าถึงข้อมูลดิบ และขึ้นกับนโยบายของผู้ผลิต ส่วนระบบที่พัฒนาเองปรับได้ตามภารกิจและควบคุมข้อมูลได้เอง แต่ต้องมีทีมดูแล ทดสอบ และทำเอกสารเอง ข้อควรถามก่อนเลือก:

  • ผู้ผลิตยังสนับสนุนอะไหล่และซอฟต์แวร์อีกกี่ปี
  • ข้อมูลภารกิจเก็บที่ใด และส่งออกเป็นรูปแบบเปิดได้หรือไม่
  • ทีมมีคนดูแลระบบที่พัฒนาเองได้ต่อเนื่องหรือไม่ เมื่อคนเดิมย้ายไป
  • การรับรองหรือขออนุญาตบินกับหน่วยงานกำกับทำได้ง่ายเพียงใด

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: ข้อเสนอเลือกระบบ

  1. เลือกภารกิจจริงหนึ่งงานในจังหวัดของตน เขียนข้อกำหนดบังคับที่วัดได้อย่างน้อยสามข้อ
  2. หาทางเลือกอย่างน้อยสามแบบจากเอกสารผู้ผลิตจริง รวมถึงทางเลือก “จ้างบริการ” และ “ปรับวิธีเดิม”
  3. คัดด้วยข้อบังคับ ให้คะแนนถ่วงน้ำหนัก และทดสอบความไวด้วยตัวอย่างที่ 1–2
  4. คำนวณต้นทุนต่อปีและจุดคุ้มทุนด้วยตัวอย่างที่ 3 โดยรวมค่าประกัน ฝึกอบรม และแบตเตอรี่สำรอง
  5. เขียนข้อเสนอหนึ่งหน้าให้ผู้บริหาร โดยให้ผู้อ่านตรวจตัวเลขย้อนได้ทุกตัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • ให้คะแนนโดยไม่คัดข้อบังคับก่อน
  • เชื่อคะแนนรวมทศนิยมสองตำแหน่ง โดยไม่ทดสอบความไว
  • เทียบราคาซื้ออย่างเดียว ลืมค่าใช้จ่ายคงที่และต่อภารกิจ
  • เทียบทางเลือกที่ให้ผลงานไม่เท่ากัน
  • ลืมเวลาตอบสนอง ในการเทียบกับการจ้างบริการ

สรุป

  • คัดทางเลือกด้วยข้อกำหนดบังคับก่อน แล้วจึงให้คะแนนถ่วงน้ำหนัก
  • ทดสอบความไวของผลต่อน้ำหนัก และรายงานเมื่อผลพลิกได้ง่าย
  • ต้นทุนต่อปีรวมค่าเริ่มต้นเฉลี่ยตามอายุ ค่าคงที่ และค่าต่อภารกิจ จุดคุ้มทุนบอกจำนวนภารกิจที่การมีระบบเองคุ้มกว่า
  • COTS กับระบบพัฒนาเองต่างกันที่ความพร้อม การปรับแต่ง การควบคุมข้อมูล และภาระการดูแล

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. ทำไมต้องคัดด้วยข้อกำหนดบังคับก่อนให้คะแนน
  2. น้ำหนัก 0.6 กับ 0.4 คะแนนทางเลือก A คือ 3 กับ 5 คะแนนรวมเท่าใด
  3. ค่าเริ่มต้น 1,000,000 บาท อายุ 5 ปี ค่าคงที่ 100,000 บาทต่อปี ค่าต่อภารกิจ 5,000 บาท ถ้าบริการคิด 25,000 บาทต่อภารกิจ จุดคุ้มทุนกี่ภารกิจต่อปี
  4. การทดสอบความไวบอกอะไร
  5. ข้อได้เปรียบของระบบ COTS มีอะไรบ้าง
เฉลย
  1. ทางเลือกที่ทำข้อบังคับไม่ได้อาจชนะด้วยคะแนนด้านอื่น ทั้งที่ใช้งานไม่ได้จริง
  2. ภารกิจต่อปี
  3. บอกว่าผลการเลือกเปลี่ยนหรือไม่เมื่อน้ำหนักของเกณฑ์เปลี่ยนเล็กน้อย
  4. พร้อมใช้ มีการรับประกัน อะไหล่ และเอกสาร

สรุปสูตรสำคัญ

คะแนนถ่วงน้ำหนัก
ต้นทุนต่อปีเมื่อมีระบบเอง
จุดคุ้มทุน

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. National Aeronautics and Space Administration. (2016). NASA systems engineering handbook (NASA/SP-2016-6105 Rev 2). link
  2. Dym, C. L., Little, P., & Orwin, E. J. (2013). Engineering design: A project-based introduction (4th ed.). Wiley. link
  3. International Electrotechnical Commission. (2017). Dependability management – Part 3-3: Application guide – Life cycle costing (IEC 60300-3-3:2017, Ed. 3.0).
  4. Fahlstrom, P. G., Gleason, T. J., & Sadraey, M. H. (2022). Introduction to UAV systems (5th ed.). Wiley. link
  5. Barnhart, R. K., Marshall, D. M., & Shappee, E. (Eds.). (2021). Introduction to unmanned aircraft systems (3rd ed.). CRC Press. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย

หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: การจัดการ นวัตกรรม และวิชาชีพ · การติดตั้ง บำรุงรักษา และการทดสอบ