โมดูล 4/5 · สัปดาห์ 10–12 · 27 ชม.

การซ่อมและตรวจหลังซ่อม

UAT 303 การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบอากาศยานไร้คนขับ

เวลาเรียนประมาณ 85 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. คำนวณแรงจากความไม่สมดุลของใบพัดและมอเตอร์ และความเยื้องศูนย์ที่ยอมรับได้
  2. ซ่อมตามใบงานที่อ้างคู่มือ และบันทึกชิ้นส่วนที่เปลี่ยน
  3. ออกแบบการทดสอบหลังซ่อมที่เทียบกับ baseline ของอากาศยานลำนั้น
  4. แยกสถานะเอกสารกับสถานะอุปกรณ์ในการรับรองคืนใช้งาน

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 303 โมดูล 1–3

ทำไมต้องรู้

การซ่อมที่ไม่มีการทดสอบยืนยันเป็นเพียงการเปลี่ยนชิ้นส่วน หน่วยความรู้เรื่องงานช่างและการตรวจหลังซ่อมของคลังความรู้โดรนอธิบายว่า ใบงาน (job card) เชื่อมงานที่ได้รับมอบหมาย ขั้นตอนจากคู่มือ ผลตรวจ และผู้มีหน้าที่อนุมัติ และเตือนว่าการเขียนใบงานครบไม่เท่ากับผ่านการสังเกตทักษะจริง จึงต้องแยก สถานะเอกสาร กับ สถานะอุปกรณ์ โมดูลนี้ต่อจากโมดูล 3 ที่พบว่าโดรนลำที่ 3 มีความไม่สมดุลหลังลงจอดแรง

ความไม่สมดุลของชิ้นที่หมุน

มวลส่วนเกิน ที่รัศมี ของใบพัดสร้าง ความไม่สมดุล (หน่วย g·mm) เมื่อหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม เกิดแรงหมุนเหวี่ยง ตามหลักแรงสู่ศูนย์กลาง (OpenStax University Physics) แรงนี้หมุนตามใบพัด จึงเขย่าอากาศยานที่ความถี่ ที่เห็นในโมดูล 3 มาตรฐาน ISO 21940-11:2016 ว่าด้วยการถ่วงสมดุลชิ้นหมุนแบบแข็งเกร็ง กำหนดความไม่สมดุลที่ยอมรับได้ โดย คือความเยื้องศูนย์จำเพาะ และใช้ผลคูณ ที่คงที่เป็นฐานของเกรดคุณภาพการถ่วงสมดุล ผู้ผลิตใบพัดและมอเตอร์มักกำหนดวิธีถ่วงและเกณฑ์ของตนเอง ทีมต้องใช้เกณฑ์นั้นก่อน

ตัวอย่างที่ 1 ใบพัดบิ่นเล็กน้อยสร้างแรงเท่าใด

ปลายใบพัดบิ่นทำให้มวลขาดข้างหนึ่ง เทียบเท่าความไม่สมดุล 9.5 g·mm หลังถ่วงใหม่เหลือ 2.0 g·mm ใบพัดรวมดุมหนัก 60 g หมุน 5,000 rpm ขณะลอยตัว มอเตอร์แต่ละตัวรับแรงยกราว 7.85 N (จาก UAT 302)

import math

RPM, M_ROTOR, HOVER_THRUST = 5000, 60, 7.85     # rpm, g, N
omega = 2 * math.pi * RPM / 60
for label, u_gmm in (("chipped", 9.5), ("after balancing", 2.0)):
    force = u_gmm * 1e-6 * omega ** 2           # g·mm -> kg·m
    e_um = u_gmm / M_ROTOR * 1000               # µm
    print(f"{label:<16} U {u_gmm} g·mm: F {force:.2f} N ({force / HOVER_THRUST:.0%} of hover thrust), "
          f"e {e_um:.0f} um, e*Omega {e_um / 1000 * omega:.1f} mm/s")
chipped          U 9.5 g·mm: F 2.60 N (33% of hover thrust), e 158 um, e*Omega 82.9 mm/s
after balancing  U 2.0 g·mm: F 0.55 N (7% of hover thrust), e 33 um, e*Omega 17.5 mm/s

รอยบิ่นเล็กจนมองแทบไม่เห็นสร้างแรงหมุนราวหนึ่งในสามของแรงยกของมอเตอร์ตัวนั้น แรงนี้หมุนรอบละครั้ง 83 ครั้งต่อวินาที ทำให้ฐานยึด สกรู และเซนเซอร์ได้รับความล้าเร็วขึ้น การถ่วงใหม่ลดแรงลงราวห้าเท่า แต่ใบพัดที่บิ่นหรือร้าวควรเปลี่ยนตามคู่มือผู้ผลิต ไม่ใช่ถ่วงแล้วใช้ต่อ เพราะวัสดุที่เสียหายอาจแตกขณะบิน

กราฟแรงหมุนเหวี่ยงตามความเร็วรอบ 0 ถึง 8,000 รอบต่อนาที เส้นสีชมพู 9.5 กรัมมิลลิเมตรโค้งขึ้นเร็ว เส้นสีฟ้า 2.0 กรัมมิลลิเมตรโค้งขึ้นช้า เส้นประสีทองที่ 5,000 รอบต่อนาทีคือการลอยตัว
ภาพที่ 1 แรงจากความไม่สมดุลตามความเร็วรอบ

ทดสอบหลังซ่อมเทียบ baseline

การทดสอบหลังซ่อมต้องพิสูจน์สองอย่าง คือ ปัญหาเดิมหายไป และ ไม่เกิดปัญหาใหม่ วิธีที่ได้ผลคือเก็บค่า baseline ของอากาศยานแต่ละลำเมื่อยังปกติ เช่น ค่าการสั่น VIBE ค่าเอาต์พุตมอเตอร์ RCOU และกระแส BAT ขณะลอยตัว แล้วตั้งเกณฑ์ยอมรับล่วงหน้า

ตัวอย่างที่ 2 เกณฑ์ยอมรับหลังเปลี่ยนมอเตอร์และใบพัด

ค่าเฉลี่ยจากการลอยตัว 2 นาที เทียบ baseline ของลำที่ 3 (ค่าจำลอง) เกณฑ์ของหน่วยงาน: การสั่นต่ำกว่า 30 m/s² ตามเอกสาร ArduPilot เอาต์พุตมอเตอร์แต่ละตัวต่างจากค่าเฉลี่ยไม่เกิน 5% และกระแสลอยตัวต่างจาก baseline ไม่เกิน 5%

baseline = {"vibe_max": 14.0, "hover_current": 21.0}
after = {"vibe_max": 16.5, "hover_current": 22.6, "rcou": [1512, 1498, 1571, 1505]}   # m/s², A, µs

checks = []
checks.append(("vibration < 30 m/s²", after["vibe_max"] < 30))
mean_out = sum(after["rcou"]) / len(after["rcou"])
spread = max(abs(o - mean_out) / mean_out for o in after["rcou"])
checks.append((f"motor outputs within 5% of mean (max {spread:.1%})", spread <= 0.05))
dcur = (after["hover_current"] - baseline["hover_current"]) / baseline["hover_current"]
checks.append((f"hover current within 5% of baseline ({dcur:+.1%})", abs(dcur) <= 0.05))
for text, ok in checks:
    print(f"{'PASS' if ok else 'FAIL'}  {text}")
print("return to service" if all(ok for _, ok in checks) else "not released: investigate")
PASS  vibration < 30 m/s²
PASS  motor outputs within 5% of mean (max 3.3%)
FAIL  hover current within 5% of baseline (+7.6%)
not released: investigate

การสั่นผ่าน แต่กระแสลอยตัวสูงกว่า baseline เกินเกณฑ์ แม้เอาต์พุตมอเตอร์ตัวที่ 3 สูงกว่าตัวอื่นเพียงประมาณ 3% ชุดใบพัดใหม่อาจไม่ตรงรุ่นเดิม หรือมอเตอร์ที่เปลี่ยนมี KV ต่างจากเดิม ต้องตรวจก่อนรับรองคืนใช้งาน ถ้าดูเพียงว่าไม่สั่นจะปล่อยโดรนที่บินได้สั้นลงออกไปโดยไม่รู้ตัว

สี่กล่องเรียงจากซ้ายไปขวา ใบงานตามคู่มือ ซ่อมบันทึกชิ้นส่วน ทดสอบหลังซ่อมเทียบ baseline และผู้มีสิทธิ์รับรองคืนใช้งาน เส้นประสีชมพูจากกล่องทดสอบวนกลับไปกล่องซ่อม เขียนว่าไม่ผ่าน
ภาพที่ 2 จากใบงานถึงการรับรองคืนใช้งาน

รับรองคืนใช้งาน

ตามหลักของ 14 CFR 43.9 ลายมือชื่อของผู้มีสิทธิ์อนุมัติในบันทึกถือเป็นการรับรองคืนใช้งานเฉพาะงานที่ทำ ใบงานที่ครบถ้วนเป็นสถานะเอกสาร ส่วนผลทดสอบที่ผ่านเกณฑ์เป็นสถานะอุปกรณ์ ต้องผ่านทั้งสองอย่าง ถ้าผลทดสอบไม่ผ่าน อากาศยานต้องติดป้าย “ห้ามใช้” จนกว่าจะแก้และทดสอบใหม่

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: ซ่อมและรับรองคืนใช้งาน

  1. เก็บ baseline ของโดรนฝึก (VIBE, RCOU, BAT ขณะลอยตัว) เมื่อยังปกติ
  2. เปลี่ยนใบพัดหนึ่งชุดตามใบงานที่อ้างคู่มือผู้ผลิต บันทึกรุ่นและหมายเลขชิ้นส่วน
  3. ถ่วงสมดุลใบพัดด้วยแท่นถ่วง ประมาณความไม่สมดุลก่อนและหลังด้วยตัวอย่างที่ 1
  4. บินลอยตัวทดสอบ ตรวจด้วยเกณฑ์แบบตัวอย่างที่ 2
  5. ให้ผู้มีสิทธิ์ลงนามรับรอง หรือติดป้ายห้ามใช้ถ้าไม่ผ่าน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • ถือว่าเปลี่ยนชิ้นส่วนแล้วคือซ่อมเสร็จ
  • ถ่วงใบพัดที่บิ่นหรือร้าวแล้วใช้ต่อ
  • ไม่มี baseline จึงไม่รู้ว่าค่าหลังซ่อมปกติหรือไม่
  • ตรวจแค่ปัญหาเดิม ไม่ตรวจว่าเกิดปัญหาใหม่
  • ลงนามรับรองก่อนทดสอบเสร็จ

สรุป

  • ความไม่สมดุล สร้างแรง ซึ่งโตตามกำลังสองของความเร็วรอบ
  • ISO 21940-11 กำหนดความไม่สมดุลที่ยอมรับได้จากความเยื้องศูนย์จำเพาะ แต่ใช้เกณฑ์ของผู้ผลิตก่อน
  • ทดสอบหลังซ่อมเทียบ baseline ของลำนั้นด้วยเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
  • การรับรองคืนใช้งานต้องผ่านทั้งสถานะเอกสารและสถานะอุปกรณ์

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. มวลเกิน 0.1 g ที่รัศมี 100 mm ความไม่สมดุลเท่าใด
  2. ความไม่สมดุลเท่าเดิม แต่ความเร็วรอบเพิ่มเป็นสองเท่า แรงเพิ่มกี่เท่า
  3. ความไม่สมดุล 6 g·mm ชิ้นหมุนหนัก 60 g ความเยื้องศูนย์จำเพาะเท่าใด
  4. การทดสอบหลังซ่อมต้องพิสูจน์สองอย่างใด
  5. สถานะเอกสารกับสถานะอุปกรณ์ต่างกันอย่างไร
เฉลย
  1. g·mm
  2. 4 เท่า เพราะแรงแปรตาม
  3. g·mm/g = 100 µm
  4. ปัญหาเดิมหายไป และไม่เกิดปัญหาใหม่
  5. สถานะเอกสารคือบันทึกและใบงานครบ สถานะอุปกรณ์คือผลทดสอบจริงผ่านเกณฑ์

สรุปสูตรสำคัญ

ความไม่สมดุลและแรงหมุนเหวี่ยง
ความเยื้องศูนย์จำเพาะ

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. International Organization for Standardization. (2016). Mechanical vibration — Rotor balancing — Part 11: Procedures and tolerances for rotors with rigid behaviour (ISO 21940-11:2016). link
  2. Ling, S. J., Sanny, J., & Moebs, W. (2016). University physics volume 1. OpenStax. link
  3. ArduPilot Dev Team. Measuring vibration. ArduPilot Copter documentation. link
  4. Code of Federal Regulations. 14 CFR § 43.9 Content, form, and disposition of maintenance, preventive maintenance, rebuilding, and alteration records. link
  5. Federal Aviation Administration. (2023). Aviation maintenance technician handbook – General (FAA-H-8083-30B). link
  6. ArduPilot Dev Team. Onboard message log messages. ArduPilot Copter documentation. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย

หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: การติดตั้ง บำรุงรักษา และการทดสอบ