ดัชนีพืชและ GIS
UAT 365 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อเกษตรอัจฉริยะและการสำรวจระยะไกล
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- คำนวณและแปลความ NDVI, NDRE และ GNDVI จากค่าสะท้อน
- แบ่งโซนแปลงจากดัชนีพืชด้วยเกณฑ์ที่กำหนดล่วงหน้า และคำนวณพื้นที่เป็นไร่
- ใช้ QGIS คำนวณดัชนีจาก raster และจัดหน้าแผนที่โซนที่ผู้รับอ่านได้เอง
- อธิบายขีดจำกัดของดัชนีพืชและความจำเป็นของการตรวจภาคพื้น
ทำไมต้องรู้
ค่าสะท้อนห้าแบนด์ของทุกพิกเซลเป็นตัวเลขจำนวนมากที่เกษตรกรใช้ตัดสินใจไม่ได้ ดัชนีพืช (vegetation index) รวมแบนด์ที่เกี่ยวกับพืชเป็นตัวเลขเดียวต่อพิกเซล แล้วการแบ่งโซนเปลี่ยนตัวเลขเป็นพื้นที่ที่ลงมือทำได้ เช่น “โซนนี้ 5 ไร่ ต้องไปดู” แต่ถ้าไม่เข้าใจว่าดัชนีวัดอะไรและไม่วัดอะไร อาจพ่นปุ๋ยให้จุดที่ปัญหาจริงคือน้ำขัง
ดัชนีพืชสามแบบ
- NDVI (Rouse และคณะ, 1974; Tucker, 1979) ใช้ความต่างระหว่าง NIR ที่ใบสะท้อนสูงกับแสงแดงที่คลอโรฟิลล์ดูดกลืน ค่าอยู่ระหว่าง −1 ถึง 1 พืชหนาแน่นสมบูรณ์มีค่าสูง ดินเปล่าต่ำ น้ำมักติดลบ
- NDRE (Barnes และคณะ, 2000) ใช้แบนด์ red edge แทนแสงแดง red edge ไวต่อปริมาณคลอโรฟิลล์ในทรงพุ่มที่หนาแน่น Barnes และคณะใช้ร่วมกับดัชนีอื่นเพื่อติดตามสถานะไนโตรเจนของพืช
- GNDVI (Gitelson และคณะ, 1996) ใช้แบนด์เขียวแทนแสงแดง
ดัชนีเป็นอัตราส่วน จึงลดผลของความสว่างที่ต่างกันได้บางส่วน แต่ไม่ได้แทนการสอบเทียบในโมดูล 2
ตัวอย่างที่ 1 ดัชนีสามแบบของพิกเซลสมบูรณ์และพิกเซลเครียด
pixels = { # ค่าสะท้อน: เขียว, แดง, red edge, NIR
"healthy": {"green": 0.08, "red": 0.04, "rededge": 0.20, "nir": 0.50},
"stressed": {"green": 0.10, "red": 0.09, "rededge": 0.22, "nir": 0.35},
}
nd = lambda a, b: (a - b) / (a + b)
for name, p in pixels.items():
print(f"{name:<9} NDVI {nd(p['nir'], p['red']):.3f} NDRE {nd(p['nir'], p['rededge']):.3f} "
f"GNDVI {nd(p['nir'], p['green']):.3f}")
healthy NDVI 0.852 NDRE 0.429 GNDVI 0.724
stressed NDVI 0.591 NDRE 0.228 GNDVI 0.556
ทั้งสามดัชนีลดลงในพิกเซลเครียด แต่ขนาดต่างกัน แต่ละดัชนีมีช่วงค่าของตัวเอง จึงห้ามใช้เกณฑ์ของ NDVI กับ NDRE และต้องเทียบดัชนีเดียวกันจากกล้องและการสอบเทียบแบบเดียวกันเท่านั้น
แบ่งโซนแปลง
แปลงนาของเราแบ่งเป็นกริด 3 × 6 ช่อง ช่องละ 50 × 53.3 m (ประมาณ 1.67 ไร่) ในงานจริงอาจใช้ค่าเฉลี่ยของพิกเซลในแต่ละช่อง แล้วจัดเป็นโซนด้วยเกณฑ์ที่ ตกลงก่อนเห็นผล
ตัวอย่างที่ 2 NDVI รายช่อง โซน และพื้นที่เป็นไร่
NIR = [[0.48, 0.50, 0.47, 0.44, 0.36, 0.30], [0.49, 0.51, 0.48, 0.42, 0.34, 0.28], [0.47, 0.49, 0.46, 0.43, 0.37, 0.33]]
RED = [[0.05, 0.05, 0.06, 0.07, 0.10, 0.13], [0.05, 0.04, 0.05, 0.08, 0.11, 0.14], [0.06, 0.05, 0.06, 0.07, 0.10, 0.12]]
CELL_RAI = (300 / 6) * (160 / 3) / 1600
def zone(v): return "high" if v > 0.70 else ("medium" if v >= 0.50 else "low")
counts = {"high": 0, "medium": 0, "low": 0}
for n_row, r_row in zip(NIR, RED):
values = [(n - r) / (n + r) for n, r in zip(n_row, r_row)]
print(" ".join(f"{v:.2f}" for v in values))
for v in values:
counts[zone(v)] += 1
for z, c in counts.items():
print(f"{z:<6} {c:>2} cells = {c * CELL_RAI:.2f} rai")
0.81 0.82 0.77 0.73 0.57 0.40
0.81 0.85 0.81 0.68 0.51 0.33
0.77 0.81 0.77 0.72 0.57 0.47
high 11 cells = 18.33 rai
medium 4 cells = 6.67 rai
low 3 cells = 5.00 rai
โซนต่ำอยู่ทางขอบขวาของแปลงทั้งแนว รูปแบบที่เป็นแนวยาวแบบนี้มักชี้ไปที่สาเหตุด้านพื้นที่ เช่น ปลายคลองส่งน้ำ ดินต่างชนิด หรือการจัดการที่ต่างกัน ต้องลงแปลงตรวจก่อนสรุปว่าขาดธาตุอาหาร
ทำใน QGIS
QGIS คำนวณดัชนีจาก raster ค่าสะท้อนได้ด้วย Raster Calculator เช่น ("nir@1" - "red@1") / ("nir@1" + "red@1") จากนั้นจัดโซนด้วยการแบ่งช่วงค่า (reclassify) แล้วแปลงเป็น polygon เพื่อคำนวณพื้นที่ ใช้ระบบพิกัดที่มีหน่วยเมตร (เช่น UTM 47N) แล้วหารด้วย 1,600 เพื่อได้ไร่ หน้าแผนที่ต้องมีวันที่ถ่ายภาพ ดัชนีและเกณฑ์ที่ใช้ มาตราส่วน และสถานะการตรวจภาคพื้น (ดูการจัดหน้าแผนที่ใน UAT 361)
ขีดจำกัดของดัชนีพืช
- ดัชนีต่ำบอกว่า “ผิดปกติ” แต่ไม่บอกสาเหตุ อาจเป็นขาดธาตุอาหาร ขาดน้ำ โรค แมลง วัชพืช หรือต้นข้าวยังเล็ก
- ช่วงข้าวยังไม่คลุมดิน ค่าในพิกเซลปนดินและน้ำในนา ต้องเทียบระยะการเจริญเติบโตเดียวกัน
- เกณฑ์โซนในบทนี้เป็นค่าสมมติสำหรับฝึก เกณฑ์จริงต้องมาจากข้อมูลของพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญพืชไร่
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: แผนที่โซนแปลง
- นำ raster ค่าสะท้อนจากโมดูล 2 เข้า QGIS คำนวณ NDVI และ NDRE ด้วย Raster Calculator
- กำหนดเกณฑ์โซนก่อนดูแผนที่ บันทึกเหตุผล แล้วแบ่งโซนและคำนวณพื้นที่เป็นไร่ เทียบกับโค้ดตัวอย่างที่ 2
- เลือกจุดตรวจภาคพื้นอย่างน้อยสองจุดต่อโซน ลงแปลงถ่ายภาพ บันทึกความสูงต้น สีใบ ระดับน้ำ และอาการผิดปกติ
- เทียบผลภาคพื้นกับโซน สรุปว่าโซนใดอธิบายได้และโซนใดยังไม่ทราบสาเหตุ
- จัดหน้าแผนที่โซนที่เกษตรกรอ่านได้เอง ส่งพร้อม GeoPackage ของโซนและบันทึกการตรวจภาคพื้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- ใช้เกณฑ์ของดัชนีหนึ่งกับอีกดัชนี
- ตั้งเกณฑ์โซนหลังเห็นแผนที่ ให้ผลออกมาตามที่คาด
- สรุปสาเหตุจากสีบนแผนที่ โดยไม่ลงแปลง
- คำนวณพื้นที่ในระบบพิกัดองศา แทนระบบที่มีหน่วยเมตร
- เทียบแผนที่ต่างระยะการเจริญเติบโต แล้วสรุปว่าพืชแย่ลง
สรุป
- NDVI ใช้ NIR กับแดง NDRE ใช้ NIR กับ red edge GNDVI ใช้ NIR กับเขียว แต่ละดัชนีมีช่วงค่าของตัวเอง
- แบ่งโซนด้วยเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก่อน แล้วคำนวณพื้นที่เป็นไร่ในระบบพิกัดหน่วยเมตร
- ดัชนีชี้ตำแหน่งที่ผิดปกติ การตรวจภาคพื้นบอกสาเหตุ
- แผนที่ส่งมอบต้องระบุวันที่ ดัชนี เกณฑ์ และสถานะการตรวจ
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- NIR = 0.45, Red = 0.05 NDVI เท่าใด
- NIR = 0.45, RedEdge = 0.25 NDRE เท่าใด
- แปลง 18 ช่อง ช่องละ 1.67 ไร่ อยู่ในโซนต่ำ 3 ช่อง โซนต่ำกี่ไร่
- ทำไมโซนต่ำที่เป็นแนวยาวตามขอบแปลงจึงควรตรวจเรื่องน้ำก่อน
- NDVI ต่ำบอกสาเหตุของปัญหาได้หรือไม่
เฉลย
- ไร่
- รูปแบบตามแนวพื้นที่มักมาจากปัจจัยเชิงพื้นที่ เช่น ปลายทางน้ำหรือดิน มากกว่าโรคที่กระจายเป็นหย่อม
- ไม่ได้ บอกเพียงว่าผิดปกติ ต้องตรวจภาคพื้นหาสาเหตุ
สรุปสูตรสำคัญ
| NDVI | |
| NDRE | |
| GNDVI |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Rouse, J. W., Haas, R. H., Schell, J. A., & Deering, D. W. (1974). Monitoring vegetation systems in the Great Plains with ERTS. Third ERTS-1 Symposium, NASA. link
- Tucker, C. J. (1979). Red and photographic infrared linear combinations for monitoring vegetation. Remote Sensing of Environment, 8(2), 127–150. link
- Barnes, E. M., Clarke, T. R., Richards, S. E., Colaizzi, P. D., Haberland, J., Kostrzewski, M., Waller, P., Choi, C., Riley, E., Thompson, T., Lascano, R. J., Li, H., & Moran, M. S. (2000). Coincident detection of crop water stress, nitrogen status and canopy density using ground-based multispectral data. In Proceedings of the Fifth International Conference on Precision Agriculture. ASA-CSSA-SSSA. link
- Gitelson, A. A., Kaufman, Y. J., & Merzlyak, M. N. (1996). Use of a green channel in remote sensing of global vegetation from EOS-MODIS. Remote Sensing of Environment, 58(3), 289–298. link
- QGIS Project. QGIS user guide. link
- Lillesand, T., Kiefer, R. W., & Chipman, J. (2015). Remote sensing and image interpretation (7th ed.). Wiley. link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการเข้มข้นในแล็บและภาคสนาม บันทึกผลลงสมุดปฏิบัติการ
หลักฐานการเรียนรู้: สมุดปฏิบัติการที่อาจารย์ลงนาม