BVLOS และระดับความเสี่ยง
UAT 402 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับขั้นสูงและการปฏิบัติการนอกระยะสายตา
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- หา ARC เริ่มต้นจากประเภทห้วงอากาศตาม Annex C ของ SORA
- อธิบายความเชื่อมโยงระหว่าง residual ARC กับข้อกำหนดการลดความเสี่ยงเชิงยุทธวิธี (TMPR)
- ประมาณอัตราการเผชิญหน้ากับอากาศยานมีคนขับด้วยแบบจำลองความหนาแน่นจราจร
- ใช้การจำกัดช่วงเวลาบินเป็นมาตรการเชิงยุทธศาสตร์และคำนวณผล
ทำไมต้องรู้
UAT 312 อธิบายว่า BVLOS คืออะไร ขอบฟ้าวิทยุ C2 link, Detect and Avoid และ Remote ID ส่วน UAT 401 ฝึกประเมินความเสี่ยงภาคพื้นด้วย SORA วิชานี้เป็นวิชาปฏิบัติที่ลงมือเตรียมภารกิจ BVLOS จริงจังขึ้น กรณีที่ใช้ตลอดวิชาคือ การตรวจแนวท่อส่งน้ำดิบยาว 20 km ผ่านนาข้าวในชนบท ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครื่องบินพ่นยาบินต่ำเป็นประจำ หน่วยความรู้เรื่องการปฏิบัติการนอกระยะสายตาของคลังความรู้โดรนกล่าวถึง DAA ผู้สังเกตการณ์ C2 และขั้นตอนขออนุญาต และหน่วยความรู้เรื่อง BVLOS และการประเมินความเสี่ยงเน้นการเชื่อมความเสี่ยง มาตรการ และหลักฐาน โมดูลแรกเริ่มที่ความเสี่ยงที่ BVLOS เพิ่มขึ้นชัดที่สุด คือ การชนกลางอากาศ
ARC เริ่มต้นจากประเภทห้วงอากาศ
SORA 2.5 ประเมินความเสี่ยงทางอากาศด้วย ARC (Air Risk Class) Annex C แบ่งห้วงอากาศเป็น 12 ประเภท (Airspace Encounter Category, AEC) เช่น บริเวณสนามบินในห้วงอากาศชั้น B, C, D ได้ ARC-d เหนือ 500 ft AGL ในห้วงอากาศควบคุมได้ ARC-d เหนือ 500 ft ในห้วงอากาศไม่ควบคุมได้ ARC-c ต่ำกว่า 500 ft ในห้วงอากาศควบคุมหรือเหนือเขตเมืองได้ ARC-c ต่ำกว่า 500 ft ในห้วงอากาศไม่ควบคุมเหนือชนบทได้ ARC-b และห้วงอากาศแยกเฉพาะหรือแบบ atypical ได้ ARC-a ตาราง 2 ของ Annex C ยังเปิดให้ผู้ขอลด ARC ได้ถ้าแสดงหลักฐานว่าความหนาแน่นจราจรในพื้นที่ต่ำกว่าสมมติฐาน
หลังมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ ARC ที่เหลือ (residual ARC) กำหนดความเข้มของ TMPR ตามตาราง 6 ของ SORA 2.5 คือ ARC-d ต้องระดับสูง ARC-c ระดับกลาง ARC-b ระดับต่ำ และ ARC-a ไม่มีข้อกำหนด การบินในระยะสายตาถือเป็นมาตรการเชิงยุทธวิธีที่ยอมรับได้ทุกระดับ BVLOS จึงต้องหาสิ่งอื่นมาแทนตาของผู้บังคับ
แบบจำลองความหนาแน่นจราจร
Weibel และ Hansman (2004) ประเมินความเสี่ยงการชนกลางอากาศของอากาศยานไร้คนขับจากความหนาแน่นของจราจรทางอากาศในพื้นที่ และพบว่าความเสี่ยงบนเส้นทางบินหลักต่างจากนอกเส้นทางราวร้อยเท่า แนวคิดพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปคือ แบบจำลองก๊าซ เหมือนนับว่าโมเลกุลชนกันบ่อยเท่าใด อัตราเผชิญหน้าเท่ากับความหนาแน่นจราจร × พื้นที่หน้าตัดของบริเวณที่นับว่าเผชิญหน้า × ความเร็วสัมพัทธ์ ค่าที่ได้ขึ้นกับสมมติฐานมาก จึงใช้เปรียบเทียบทางเลือกได้ดีกว่าใช้เป็นตัวเลขความปลอดภัยสัมบูรณ์
ตัวอย่างที่ 1 โอกาสเจอเครื่องบินพ่นยาในทรงกระบอกเฝ้าระวัง
เฉลี่ยมีเครื่องบินพ่นยา 0.5 ลำบินต่ำพร้อมกันในพื้นที่ 10,000 km² ที่ความสูง 0–150 m นับเป็นการเผชิญหน้าเมื่ออยู่ในรัศมี 500 m และความสูงต่าง ±100 m ความเร็วสัมพัทธ์ 60 m/s (ค่าสมมติ)
import math
# แบบจำลองก๊าซ: อัตราเผชิญหน้า = ความหนาแน่นจราจร × พื้นที่หน้าตัด × ความเร็วสัมพัทธ์
aircraft = 0.5 # อากาศยานมีคนขับที่บินต่ำในพื้นที่พร้อมกันโดยเฉลี่ย (สมมติ)
area_km2 = 10000 # พื้นที่ที่อากาศยานเหล่านั้นใช้
band_km = 0.15 # ชั้นความสูง 0–150 m
rho = aircraft / (area_km2 * band_km) # ลำต่อ km³
r_km, h_km = 0.5, 0.1 # ทรงกระบอกเฝ้าระวัง: รัศมี 500 m สูง ±100 m
cross = 2 * r_km * 2 * h_km # km² หน้าตัดที่หันเข้าหาทิศการเคลื่อนที่สัมพัทธ์
v_rel = 60 * 3.6 # km/h (60 m/s)
rate = rho * cross * v_rel # ครั้งต่อชั่วโมงบิน
print(f"traffic density {rho:.2e} aircraft/km^3")
print(f"encounters inside the cylinder: {rate:.4f} per flight hour"
f" = one per {1/rate:.0f} h")
hours = 300
p_any = 1 - math.exp(-rate * hours)
print(f"chance of at least one in {hours} flight hours: {p_any:.0%}")
traffic density 3.33e-04 aircraft/km^3
encounters inside the cylinder: 0.0144 per flight hour = one per 69 h
chance of at least one in 300 flight hours: 99%
แม้ความหนาแน่นจะต่ำมาก การเผชิญหน้าระยะใกล้ยังเกิดราวหนึ่งครั้งต่อ 69 ชั่วโมงบิน และถ้าบริษัทบิน 300 ชั่วโมงต่อปี แทบแน่นอนว่าจะเจออย่างน้อยหนึ่งครั้ง การพึ่งโชคจึงไม่ใช่ทางเลือก ต้องลดโอกาสด้วยมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ และมีวิธีตรวจจับและหลบในภารกิจ
มาตรการเชิงยุทธศาสตร์ด้วยช่วงเวลา
มาตรการเชิงยุทธศาสตร์ลดโอกาสเผชิญหน้าก่อนขึ้นบิน เช่นเลือกความสูง เส้นทาง หรือช่วงเวลาที่จราจรน้อย การพูดคุยกับผู้ให้บริการพ่นยาในพื้นที่อาจพบว่าเขาบินหนาแน่นช่วงเช้าและเย็นเมื่อลมสงบ
ตัวอย่างที่ 2 บินเฉพาะช่วงเที่ยง
ข้อมูลสมมติจากการสำรวจกับผู้ให้บริการพ่นยาในพื้นที่ ให้จำนวนเครื่องที่บินพร้อมกันเฉลี่ยรายชั่วโมง เปรียบเทียบการบินทั้งวันกับบินเฉพาะ 11–14 น.
import math
# จำนวนเฉลี่ยของอากาศยานพ่นยาที่บินต่ำพร้อมกัน แยกตามชั่วโมง (สมมติจากการสำรวจกับผู้ให้บริการในพื้นที่)
by_hour = {6: 1.2, 7: 1.6, 8: 1.4, 9: 1.0, 10: 0.6, 11: 0.4, 12: 0.2, 13: 0.2, 14: 0.4, 15: 0.6, 16: 1.0, 17: 1.2}
area_km2, band_km = 10000, 0.15
cross = 2 * 0.5 * 2 * 0.1
v_rel = 60 * 3.6
def rate(n):
return n / (area_km2 * band_km) * cross * v_rel
all_day = sum(rate(n) for n in by_hour.values()) / len(by_hour)
window = [11, 12, 13]
limited = sum(rate(by_hour[h]) for h in window) / len(window)
print(f"average over 06-18 h: {all_day:.4f} encounters per flight hour")
print(f"flying only 11-14 h: {limited:.4f} encounters per flight hour")
print(f"reduction factor {all_day/limited:.1f}x")
average over 06-18 h: 0.0235 encounters per flight hour
flying only 11-14 h: 0.0077 encounters per flight hour
reduction factor 3.1x
การจำกัดช่วงเวลาลดอัตราเผชิญหน้าราวสามเท่า เป็นหลักฐานประกอบการขอลด ARC ได้ถ้าข้อมูลจราจรมาจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ และต้องเขียนเป็นเงื่อนไขในคู่มือปฏิบัติการ ไม่ใช่เพียงความตั้งใจ
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: ประเมินความเสี่ยงทางอากาศของแนวท่อ
- วาดแนวท่อ 20 km บนแผนที่ ตรวจชั้นห้วงอากาศและสนามบินใกล้เคียงจาก AIP ของประเทศไทย
- หา AEC และ ARC เริ่มต้นของแต่ละช่วงเส้นทาง
- สอบถามหรือค้นข้อมูลจราจรระดับต่ำในพื้นที่ เช่นผู้ให้บริการพ่นยา สนามบินเล็ก หรือเฮลิคอปเตอร์ ระบุแหล่งและความน่าเชื่อถือ
- ใช้ตัวอย่างที่ 1 และ 2 เปรียบเทียบทางเลือกความสูงและช่วงเวลา
- สรุป residual ARC ที่คาด TMPR ที่ต้องการ และหลักฐานที่ยังขาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- เห็นว่าชนบทจึงไม่มีอากาศยานอื่น โดยไม่ถามผู้ใช้ห้วงอากาศในพื้นที่
- ใช้ตัวเลขจากแบบจำลองเป็นค่าความปลอดภัยสัมบูรณ์
- อ้างการจำกัดเวลาโดยไม่เขียนเป็นเงื่อนไขในคู่มือ
- ใช้ ARC ของช่วงที่ต่ำที่สุด กับทั้งเส้นทาง
- ลืมว่า BVLOS ไม่มีตาผู้บังคับเป็นมาตรการเชิงยุทธวิธี
สรุป
- ARC เริ่มต้นหาได้จากประเภทห้วงอากาศ 12 ประเภทใน Annex C ของ SORA
- residual ARC กำหนด TMPR: d สูง, c กลาง, b ต่ำ, a ไม่มีข้อกำหนด
- แบบจำลองความหนาแน่นใช้เปรียบเทียบทางเลือกและชี้ว่าการเผชิญหน้าเกิดได้จริง
- การจำกัดความสูง เส้นทาง และช่วงเวลาเป็นมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องมีหลักฐาน
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- บินต่ำกว่า 500 ft ในห้วงอากาศไม่ควบคุมเหนือชนบทได้ ARC เริ่มต้นเท่าใด
- residual ARC-c ต้องการ TMPR ระดับใด
- อัตราเผชิญหน้า 0.01 ครั้งต่อชั่วโมง บิน 100 ชั่วโมง โอกาสเจออย่างน้อยหนึ่งครั้งเท่าใด
- ถ้าความหนาแน่นจราจรลดลงครึ่งหนึ่ง อัตราเผชิญหน้าเปลี่ยนอย่างไร
- ทำไมการบิน BVLOS จึงต้องมีมาตรการเชิงยุทธวิธีเพิ่ม
เฉลย
- ARC-b
- ระดับกลาง
- ลดลงครึ่งหนึ่ง
- ไม่มีตาของผู้บังคับที่ยอมรับเป็นมาตรการเชิงยุทธวิธีได้เหมือนการบินในระยะสายตา
สรุปสูตรสำคัญ
| อัตราการเผชิญหน้า (แบบจำลองความหนาแน่น) | |
| โอกาสเกิดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems. (2024). JARUS guidelines on Specific Operations Risk Assessment (SORA), main body, edition 2.5 (JAR-DEL-SRM-SORA-MB-2.5). link
- Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems. (2024). JARUS guidelines on SORA, Annex C: Strategic mitigation – collision risk assessment (Edition 1.0). link
- Weibel, R. E., & Hansman, R. J. (2004). Safety considerations for operation of different classes of UAVs in the NAS. In AIAA 4th Aviation Technology, Integration and Operations (ATIO) Forum (AIAA 2004-6421). link
- Federal Aviation Administration UAS BVLOS Aviation Rulemaking Committee. (2022, March 10). Final report. link
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2569). ประกาศ กพท. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ปฏิบัติแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนด พ.ศ. 2569 (มีผล 17 พฤษภาคม 2569). link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz