การวิเคราะห์ความแข็งแรงเบื้องต้น
UAT 208 การเขียนแบบและการสร้างต้นแบบด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- คำนวณการโก่งและความเค้นดัดของคานยื่นที่รับแรงที่ปลาย
- เปรียบเทียบโมเมนต์ความเฉื่อยของหน้าตัดแบบต่าง ๆ
- อธิบายความไม่เท่ากันทุกทิศของชิ้นพิมพ์ FDM และเลือกทิศการพิมพ์ให้เหมาะกับแรง
- คำนวณส่วนปลอดภัยและใช้ FEM อย่างรู้ข้อจำกัด
ทำไมต้องรู้
แขนโดรนรับแรงขับของมอเตอร์ที่ปลาย ถ้าแขนอ่อนเกินจะโก่งและสั่น ถ้ารับแรงไม่ไหวจะหักกลางอากาศ การคำนวณเบื้องต้นก่อนพิมพ์ช่วยตัดแบบที่ไม่รอดตั้งแต่ต้น และบอกว่าควรเพิ่มความหนาตรงไหน หน่วยความรู้เรื่องออกแบบและรวมระบบ และปฏิบัติการ L04 ของคลังความรู้โดรนใช้แขนโดรนเป็นโจทย์เดียวกัน
คานยื่น
แขนที่ยึดด้านหนึ่งกับตัวลำและรับแรงที่ปลายคือ คานยื่น (cantilever) สูตรมาตรฐานในตำรากลศาสตร์วัสดุ (Hibbeler, 2023) ให้การโก่งที่ปลาย และความเค้นดัดสูงสุดที่โคน โดย คือมอดุลัสของวัสดุ คือ โมเมนต์ความเฉื่อย ของหน้าตัด และ คือระยะจากแกนกลางถึงผิว
สูตรบอกสิ่งสำคัญสองอย่าง การโก่งแปรตาม แขนยาวขึ้นสองเท่าโก่งแปดเท่า และหน้าตัดสี่เหลี่ยม ความสูง ในทิศที่รับแรงมีผลมากกว่าความกว้างมาก การวางหน้าตัดเดิมให้ตั้งขึ้นจึงแข็งขึ้นหลายเท่าโดยไม่เพิ่มมวล
ความไม่เท่ากันทุกทิศของชิ้นพิมพ์
ชิ้นพิมพ์ FDM สร้างทีละชั้น การยึดระหว่างชั้นอ่อนกว่าเนื้อในชั้น datasheet ของ Prusament PLA ระบุว่าชิ้นทดสอบที่พิมพ์มี yield strength ราว 51 MPa และมอดุลัส 2.3 GPa แต่ แรงยึดระหว่างชั้น (interlayer adhesion) เพียงราว 17 MPa งานของ Ahn และคณะ (2002) กับ ABS พบว่าทิศของเส้นพิมพ์ในชั้นเปลี่ยนความแข็งแรงดึงได้มาก และแนะนำให้วางชิ้นให้แรงดึงอยู่ตามแนวเส้นพิมพ์
ตัวอย่างที่ 1 แขน PLA ยาว 150 mm รับแรง 10 N
ใช้มอดุลัสของชิ้นพิมพ์ 2.3 GPa เทียบความแข็งแรงในชั้น 51 MPa กับระหว่างชั้น 17 MPa
E, F, L = 2300.0, 10.0, 150.0 # MPa, N, mm
STRENGTH_ALONG, STRENGTH_ACROSS = 51.0, 17.0 # MPa ตาม datasheet Prusament PLA
for b, h in ((20, 10), (10, 20), (15, 15)):
inertia = b * h ** 3 / 12
deflection = F * L ** 3 / (3 * E * inertia)
stress = F * L * (h / 2) / inertia
print(f"section {b}x{h} mm (h in load direction): deflection {deflection:5.2f} mm, stress {stress:4.1f} MPa, "
f"SF along layers {STRENGTH_ALONG / stress:5.1f}, across layers {STRENGTH_ACROSS / stress:4.1f}")
section 20x10 mm (h in load direction): deflection 2.93 mm, stress 4.5 MPa, SF along layers 11.3, across layers 3.8
section 10x20 mm (h in load direction): deflection 0.73 mm, stress 2.2 MPa, SF along layers 22.7, across layers 7.6
section 15x15 mm (h in load direction): deflection 1.16 mm, stress 2.7 MPa, SF along layers 19.1, across layers 6.4
หน้าตัดเดิม 200 mm² เมื่อวางให้ด้านสูงอยู่ในทิศแรง โก่งลดลงสี่เท่า ส่วนปลอดภัยยังพอในทุกกรณีสำหรับแรงสถิต แต่ถ้าพิมพ์ให้ชั้นขวางแนวแขน ส่วนปลอดภัยลดลงราวสามเท่า และแรงจริงของโดรนมีแรงกระแทกและการสั่นซึ่งสูงกว่าแรงสถิตมาก
เพิ่มความหนาได้อะไร
ตัวอย่างที่ 2 ไล่ความหนาของแผ่นยึด
แผ่นกว้าง 20 mm ยาว 60 mm ยึดปลายหนึ่ง รับแรง 10 N ที่ปลาย (ปฏิบัติการ L04 เปลี่ยนความหนาอย่างเดียว)
E, F, L, B, RHO = 2300.0, 10.0, 60.0, 20.0, 1.24e-3 # MPa, N, mm, mm, g/mm³
for t in (3, 4, 5, 6, 8):
inertia = B * t ** 3 / 12
deflection = F * L ** 3 / (3 * E * inertia)
mass = B * t * L * RHO
print(f"t = {t} mm: deflection {deflection:6.3f} mm, mass {mass:5.2f} g")
t = 3 mm: deflection 6.957 mm, mass 4.46 g
t = 4 mm: deflection 2.935 mm, mass 5.95 g
t = 5 mm: deflection 1.503 mm, mass 7.44 g
t = 6 mm: deflection 0.870 mm, mass 8.93 g
t = 8 mm: deflection 0.367 mm, mass 11.90 g
เพิ่มความหนาจาก 3 เป็น 6 mm มวลเพิ่มสองเท่า แต่การโก่งลดลงแปดเท่า ความหนาจึงเป็นตัวแปรที่คุ้มที่สุด แต่เมื่อบางถึงระดับหนึ่งแล้ว การเพิ่มอีกได้ประโยชน์น้อยลงเรื่อย ๆ
FEM อย่างรู้ข้อจำกัด
รูปทรงจริงซับซ้อนกว่าคานตรง จึงใช้ FEM (finite element method) เช่น FEM workbench ของ FreeCAD ซึ่งใช้ solver CalculiX เป็นค่าเริ่มต้น แต่ผลดีเท่ากับข้อมูลที่ใส่ ต้องกำหนดวัสดุ แรง และจุดยึดให้ตรงความจริง ปรับ mesh ให้ละเอียดขึ้นจนผลไม่เปลี่ยนมาก และเทียบกับสูตรคานในกรณีง่ายก่อน FEM มาตรฐานส่วนใหญ่ถือว่าวัสดุเท่ากันทุกทิศ จึงไม่เห็นจุดอ่อนระหว่างชั้นของชิ้นพิมพ์
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: ความหนากับการโก่งของแขน (L04)
- สร้างแขนแบบง่ายใน CAD กำหนดวัสดุ แรง และจุดยึดให้ชัด
- รันการวิเคราะห์สถิตด้วย FreeCAD FEM เทียบการโก่งกับโค้ดตัวอย่างที่ 2
- เปลี่ยนความหนาอย่างเดียว บันทึกการโก่งและมวล
- ปรับ mesh ละเอียดขึ้นสองระดับ ดูว่าผลเปลี่ยนเท่าใด
- พิมพ์แขนสองทิศ ทดสอบกดด้วยตุ้มน้ำหนักและวัดการโก่งเทียบกับการคำนวณ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- ใช้ความแข็งแรงของเส้นพลาสติก แทนค่าของชิ้นพิมพ์
- ไม่คิดทิศของชั้นพิมพ์
- วางหน้าตัดผิดทิศ กับแรง
- เชื่อผล FEM โดยไม่ตรวจ mesh และจุดยึด
- ออกแบบจากแรงสถิตอย่างเดียว ลืมแรงกระแทกและการสั่น
สรุป
- คานยื่น และ การโก่งไวต่อความยาวและความสูงของหน้าตัดมาก
- วางด้านสูงของหน้าตัดในทิศแรงได้ความแข็งมากขึ้นโดยไม่เพิ่มมวล
- ชิ้นพิมพ์ FDM อ่อนที่รอยต่อระหว่างชั้น (PLA ราว 17 MPa เทียบ 51 MPa)
- FEM ต้องกำหนดเงื่อนไขให้ถูก ตรวจ mesh และเทียบกับสูตรในกรณีง่าย
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- แขนยาวขึ้นจาก 100 เป็น 200 mm การโก่งเปลี่ยนกี่เท่า
- หน้าตัด 10×20 mm วางให้ด้าน 20 mm อยู่ในทิศแรง มี I เท่าใด
- ความเค้น 5 MPa ในชิ้นที่ความแข็งแรง 17 MPa มีส่วนปลอดภัยเท่าใด
- ทำไมจึงควรใช้ค่าความแข็งแรงของชิ้นพิมพ์แทนค่าของเส้นพลาสติก
- ท่อกลมนอก 12 mm ใน 10 mm มี I เท่าใด
เฉลย
- เท่า
- mm⁴
- ชิ้นพิมพ์มีช่องว่างและรอยต่อระหว่างเส้นและชั้น ความแข็งแรงจริงจึงต่ำกว่าเส้นพลาสติก
- mm⁴
สรุปสูตรสำคัญ
| การโก่งของคานยื่น | |
| ความเค้นดัดสูงสุด | |
| โมเมนต์ความเฉื่อย |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Hibbeler, R. C. (2023). Mechanics of materials (11th ed.). Pearson. link
- Prusa Polymers. (2022). Technical datasheet: Prusament PLA (Version 1.1). link
- Prusa Polymers. (2022). Technical datasheet: Prusament PETG (Version 1.1). link
- Ahn, S.-H., Montero, M., Odell, D., Roundy, S., & Wright, P. K. (2002). Anisotropic material properties of fused deposition modeling ABS. Rapid Prototyping Journal, 8(4), 248–257. link
- FreeCAD Project. FEM workbench. FreeCAD documentation. link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz