โมดูล 5/5 · สัปดาห์ 13–15 · 27 ชม.

ต้นแบบและการทดสอบ

UAT 208 การเขียนแบบและการสร้างต้นแบบด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. ใช้วงจรออกแบบ พิมพ์ วัดและทดสอบ แล้วปรับแก้อย่างเป็นระบบ พร้อมบันทึกรุ่น
  2. วัดขนาดรูที่พิมพ์ได้ หาความสัมพันธ์กับขนาดที่ออกแบบ และคำนวณค่าชดเชย
  3. วิเคราะห์ผลทดสอบแรงจนเสียหายและคำนวณส่วนปลอดภัย
  4. เชื่อมผลทดสอบชิ้นส่วนกับงบมวลและการรวมระบบของโดรน

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 208 โมดูล 1–4 · UAT 106 (สถิติเบื้องต้น)

ทำไมต้องรู้

ต้นแบบแรกแทบไม่เคยถูกต้องทั้งหมด รูอาจเล็กไป ขายึดอาจแตกตรงมุม คุณค่าของต้นแบบอยู่ที่ สิ่งที่เรียนรู้ได้จากการวัดและทดสอบ แล้วนำกลับไปแก้แบบ วงจรนี้เร็วเพราะการพิมพ์ 3 มิติ แต่จะได้ผลเมื่อบันทึกทุกรุ่นและเปลี่ยนทีละปัจจัย หน่วยความรู้เรื่องออกแบบและประกอบรวมระบบของคลังความรู้โดรนเตือนให้เชื่อมชิ้นส่วนกับภาพรวม เช่น งบมวลและสายไฟที่มักตกหล่น

สี่กล่องเรียงเป็นวงกลมมีลูกศรวน ออกแบบ CAD รุ่น 1 รุ่น 2 ด้านบน พิมพ์ด้านขวา วัดและทดสอบด้านล่าง ปรับแก้และบันทึกด้านซ้าย แล้ววนกลับไปออกแบบ
ภาพที่ 1 วงจรการทำต้นแบบ

วัดแล้วชดเชยขนาดรู

รูที่พิมพ์ด้วย FDM มักเล็กกว่าที่ออกแบบ เพราะเส้นพลาสติกบานออกและผิวเป็นเหลี่ยม วิธีที่เชื่อถือได้คือพิมพ์ชิ้นทดสอบที่มีรูหลายขนาด วัดด้วยเกจหรือเวอร์เนียร์ แล้วหาความสัมพันธ์ ถ้าความคลาดคงที่ อาจแก้ใน slicer ด้วยค่าชดเชย เช่น XY size compensation ของ PrusaSlicer ซึ่งกระทบทั้งรูและผนังนอก หรือแก้ขนาดใน CAD เฉพาะรู

ตัวอย่างที่ 1 หาค่าชดเชยรูจากชิ้นทดสอบ

ค่าเฉลี่ยของรูที่วัดได้สามชิ้นต่อขนาด (ค่าสมมติ)

import statistics as st

design = [3.4, 5.0, 8.0, 12.0]            # mm
measured = [3.12, 4.74, 7.76, 11.78]      # mm

mx, my = st.mean(design), st.mean(measured)
a = sum((x - mx) * (y - my) for x, y in zip(design, measured)) / sum((x - mx) ** 2 for x in design)
b = my - a * mx
print(f"measured = {a:.4f} x design {b:+.3f} mm")
for d, m in zip(design, measured):
    print(f"design {d:>4} mm -> measured {m:5.2f} mm (error {m - d:+.2f} mm, fit residual {m - (a * d + b):+.3f})")
for target in (3.4, 8.0):
    print(f"to get {target} mm, draw the hole at {(target - b) / a:.2f} mm")
measured = 1.0067 x design -0.298 mm
design  3.4 mm -> measured  3.12 mm (error -0.28 mm, fit residual -0.005)
design  5.0 mm -> measured  4.74 mm (error -0.26 mm, fit residual +0.004)
design  8.0 mm -> measured  7.76 mm (error -0.24 mm, fit residual +0.004)
design 12.0 mm -> measured 11.78 mm (error -0.22 mm, fit residual -0.003)
to get 3.4 mm, draw the hole at 3.67 mm
to get 8.0 mm, draw the hole at 8.24 mm

ความชันใกล้ 1 แปลว่ารูเล็กลงเกือบเท่ากันทุกขนาด ราว 0.2–0.3 mm แต่รูเล็กหดมากกว่าเล็กน้อย การขยายรูใน CAD ตามสมการนี้แม่นกว่าการใช้ค่าชดเชยค่าเดียว ค่านี้ใช้ได้กับเครื่อง วัสดุ และค่าตั้งชุดนั้นเท่านั้น

กราฟขนาดที่วัดได้เทียบขนาดรูที่ออกแบบ 2 ถึง 14 มิลลิเมตร เส้นประสีเทาคือขนาดตรงแบบ จุดสีฟ้าสี่จุดอยู่ต่ำกว่าเส้นประเล็กน้อย เส้นทึบสีชมพูคือเส้นที่ปรับได้ขนานกับเส้นประแต่ต่ำกว่าราว 0.25 มิลลิเมตร
ภาพที่ 2 ขนาดรูที่ออกแบบเทียบกับที่พิมพ์ได้

ทดสอบแรงจนเสียหาย

การคำนวณในโมดูล 3 เป็นค่าประมาณ ชิ้นพิมพ์จริงมีช่องว่าง รอยต่อ และความคลาดจากการพิมพ์ จึงต้องทดสอบชิ้นจริงหลายชิ้น แล้วใช้ค่าที่ระมัดระวัง เช่น ค่าต่ำสุด หรือค่าเฉลี่ยลบสองเท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทียบกับแรงที่ต้องรับ

ตัวอย่างที่ 2 ขายึดกล้องรับแรงได้พอไหม

กล้องหนัก 0.3 kg ทีมกำหนดให้รับแรงกระแทก 20 เท่าของน้ำหนักขณะลงจอดแรง (ราว 60 N) และต้องการส่วนปลอดภัยอย่างน้อย 2.0 ผลทดสอบห้าชิ้น (ค่าสมมติ)

import statistics as st

failure_n = [182, 175, 190, 168, 186]     # N แรงที่ขายึดเสียหาย
M_KG, G, SHOCK, SF_REQUIRED = 0.3, 9.80665, 20, 2.0

required = M_KG * G * SHOCK
mean, sd = st.mean(failure_n), st.stdev(failure_n)
conservative = min(min(failure_n), mean - 2 * sd)
sf = conservative / required
print(f"required load {required:.1f} N")
print(f"failure loads: mean {mean:.1f} N, sd {sd:.1f} N, minimum {min(failure_n)} N, mean - 2sd {mean - 2 * sd:.1f} N")
print(f"safety factor on the conservative value {sf:.2f} -> {'PASS' if sf >= SF_REQUIRED else 'FAIL'}")
required load 58.8 N
failure loads: mean 180.2 N, sd 8.8 N, minimum 168 N, mean - 2sd 162.6 N
safety factor on the conservative value 2.76 -> PASS

ผ่านเกณฑ์ แต่ห้าชิ้นยังเป็นตัวอย่างน้อย และทดสอบด้วยแรงสถิตครั้งเดียว ต้องทดสอบการสั่นและการเปลี่ยนอุณหภูมิเพิ่ม เพราะ PLA อ่อนตัวที่อุณหภูมิไม่สูงนัก (HDT ราว 55 °C ตาม datasheet) กลางแดดในไทย ชิ้นส่วนสีเข้มบนตัวลำอาจร้อนใกล้ระดับนั้น จึงควรวัดอุณหภูมิจริง

บันทึกรุ่นและรวมระบบ

ทุกรุ่นของต้นแบบควรมีหมายเลขรุ่น วันที่ CAD source ไฟล์ 3MF ค่าตั้งพิมพ์ วัสดุ และผลวัดทดสอบ เมื่อชิ้นผ่านแล้ว ให้นำมวลจริงไปใส่งบมวลของโดรน และตรวจการประกอบ เช่น ระยะหัวสกรู สายกล้อง และพื้นที่ถอดประกอบ ตามที่หน่วยความรู้ของคลังความรู้โดรนย้ำว่าชิ้นที่ไม่ชนกันใน CAD ไม่ได้แปลว่าประกอบได้สะดวก

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: ต้นแบบขายึดกล้องครบวงจร

  1. พิมพ์ชิ้นทดสอบรูสี่ขนาด ขนาดละสามชิ้น วัดแล้วใช้โค้ดตัวอย่างที่ 1 หาค่าชดเชย
  2. แก้ CAD ของขายึดกล้องตามผล พิมพ์รุ่นใหม่ แล้วตรวจว่าสกรูเข้าพอดี
  3. ทดสอบแรงจนเสียหายอย่างน้อยห้าชิ้นด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัย วิเคราะห์ด้วยตัวอย่างที่ 2
  4. ติดตั้งบนโดรน ชั่งมวลจริง และบันทึกลงงบมวล
  5. สรุปรายงานรุ่นต่อรุ่น ระบุสิ่งที่เปลี่ยนและผลที่ได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน ระหว่างรุ่น
  • ไม่บันทึกค่าตั้งพิมพ์และวัสดุ
  • ใช้ค่าชดเชยจากเครื่องอื่น
  • ทดสอบชิ้นเดียวแล้วสรุป
  • ลืมอุณหภูมิใช้งาน ของวัสดุ

สรุป

  • วงจรออกแบบ พิมพ์ วัดและทดสอบ ปรับแก้ ได้ผลเมื่อบันทึกทุกรุ่นและเปลี่ยนทีละปัจจัย
  • ชดเชยรูจากเส้นถดถอยของขนาดที่วัดได้ ใช้ได้เฉพาะเครื่องและค่าตั้งนั้น
  • ใช้ค่าที่ระมัดระวังจากหลายชิ้นทดสอบคำนวณส่วนปลอดภัย
  • นำผลชิ้นส่วนกลับไปรวมกับงบมวลและการประกอบของทั้งระบบ

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. ถ้า measured = design − 0.3 mm ต้องวาดรูเท่าใดจึงได้ 3.4 mm
  2. แรงที่ต้องรับ 50 N แรงเสียหายต่ำสุด 140 N ส่วนปลอดภัยเท่าใด
  3. แรงเสียหายเฉลี่ย 150 N ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10 N ค่าเฉลี่ยลบสองเท่าของส่วนเบี่ยงเบนเท่าใด
  4. XY size compensation ของ PrusaSlicer มีผลต่ออะไรบ้าง
  5. ทำไมจึงต้องทดสอบอุณหภูมิด้วยสำหรับชิ้น PLA บนโดรนในประเทศไทย
เฉลย
  1. 3.7 mm
  2. N
  3. ทั้งรูและผนังนอกในแนว X และ Y
  4. PLA มี HDT ราว 55 °C ตัวลำกลางแดดอาจร้อนจนชิ้นอ่อนตัวและเสียรูป

สรุปสูตรสำคัญ

เส้นตรงของขนาดที่พิมพ์ได้
ขนาดที่ต้องออกแบบเพื่อให้ได้เป้าหมาย
ส่วนปลอดภัย

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. Gibson, I., Rosen, D., Stucker, B., & Khorasani, M. (2021). Additive manufacturing technologies (3rd ed.). Springer. link
  2. International Organization for Standardization. (1989). General tolerances — Part 1: Tolerances for linear and angular dimensions without individual tolerance indications (ISO 2768-1:1989). link
  3. International Organization for Standardization. (1979). Fasteners — Clearance holes for bolts and screws (ISO 273:1979). link
  4. Prusa Polymers. (2022). Technical datasheet: Prusament PLA (Version 1.1). link
  5. Hibbeler, R. C. (2023). Mechanics of materials (11th ed.). Pearson. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย

หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: อากาศยาน โครงสร้าง และการออกแบบ · การติดตั้ง บำรุงรักษา และการทดสอบ · ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และระบบกำลัง