สถาปัตยกรรม UAS
UAT 301 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- แยกระบบ UAS เป็นระบบย่อยและระบุส่วนต่อประสานด้วยเมทริกซ์ N²
- จัดกลุ่ม UAS ตามกรอบของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ EASA และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนของไทย
- เปรียบเทียบสถาปัตยกรรมหลายใบพัด ปีกตรึง และ VTOL ในเชิงระบบ
- อ่านเอกสารจำเพาะของระบบสำเร็จรูปแล้วแยกเป็นระบบย่อยได้
ทำไมต้องรู้
UAT 311 ให้ภาพรวมว่า UAS ประกอบด้วยอะไร วิชานี้ลงลึกระดับวิศวกรที่ต้อง เลือกและรับผิดชอบระบบจริง ตลอดวิชาใช้กรณีเดียวกัน: ศูนย์ป้องกันภัยจังหวัดต้องการ UAS สำหรับทำแผนที่พื้นที่น้ำท่วม 4 km² และค้นหาผู้ประสบภัยเวลากลางคืน ก่อนจะเทียบรุ่นใด ๆ ต้องแยกระบบออกเป็นส่วนที่เทียบกันได้ และรู้ว่าระบบแต่ละแบบอยู่ในกลุ่มใดตามกฎและมาตรฐาน หน่วยความรู้เรื่องพื้นฐาน UAV/UAS ของคลังความรู้โดรนแนะนำให้เริ่มจากแยกส่วนประกอบของระบบก่อนทดลองภารกิจ ตัวเลขในโมดูลเป็นข้อมูลสมมติ
ระบบย่อยและส่วนต่อประสาน
ตำราของ Fahlstrom และคณะ และ Austin แบ่ง UAS เป็นตัวอากาศยาน payload สถานีควบคุมภาคพื้น ลิงก์ข้อมูล อุปกรณ์ขึ้นลงและขนส่ง อุปกรณ์สนับสนุน และคน (นักบินและผู้ปฏิบัติการ) ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในระบบย่อยใดระบบหนึ่ง แต่อยู่ที่ ส่วนต่อประสาน ระหว่างกัน คู่มือวิศวกรรมระบบของ NASA ใช้ เมทริกซ์ N² เพื่อแสดงส่วนต่อประสาน: วางระบบย่อยบนแนวทแยง แล้วเขียนสิ่งที่ส่งถึงกันในช่องที่ตัดกัน
ตัวอย่างที่ 1 ระบบย่อยใดผูกกับระบบอื่นมากที่สุด
from itertools import combinations
subsystems = ["air vehicle", "payload", "C2 link", "GCS", "launch & recovery"]
interfaces = {
("air vehicle", "payload"): "power, data, mount",
("air vehicle", "C2 link"): "telemetry",
("payload", "C2 link"): "video",
("C2 link", "GCS"): "commands, status",
("air vehicle", "launch & recovery"): "mount, charging",
("payload", "GCS"): "imagery, data",
}
n = len(subsystems)
possible = len(list(combinations(subsystems, 2)))
print(f"{len(interfaces)} of {possible} possible pairs are used (n(n-1)/2 = {n * (n - 1) // 2})")
degree = {s: sum(s in pair for pair in interfaces) for s in subsystems}
for s, d in sorted(degree.items(), key=lambda kv: -kv[1]):
print(f"{s:<18} {d} interfaces")
changed = "C2 link"
retest = sorted({x for pair in interfaces if changed in pair for x in pair} - {changed})
print(f"if the {changed} is replaced, retest the interfaces with: {', '.join(retest)}")
6 of 10 possible pairs are used (n(n-1)/2 = 10)
air vehicle 3 interfaces
payload 3 interfaces
C2 link 3 interfaces
GCS 2 interfaces
launch & recovery 1 interfaces
if the C2 link is replaced, retest the interfaces with: GCS, air vehicle, payload
ตัวอากาศยาน payload และลิงก์ C2 ผูกกับระบบอื่นมากที่สุด (สามส่วนต่อประสานเท่ากัน) ระบบย่อยเหล่านี้คือจุดที่การเปลี่ยนแปลงกระทบกว้างที่สุด เช่น ถ้าเปลี่ยนวิทยุ C2 ต้องทดสอบส่วนต่อประสานกับทุกระบบที่ผูกกันใหม่ ไม่ใช่เฉพาะตัววิทยุ
จัดกลุ่ม UAS
กฎและมาตรฐานจัดกลุ่ม UAS ต่างกันตามจุดประสงค์ จึงต้องรู้หลายกรอบ
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แบ่ง UAS เป็น 5 กลุ่ม (Group 1–5) ตามมวลวิ่งขึ้นสูงสุด ความสูงใช้งาน และความเร็ว (Unmanned Systems Integrated Roadmap FY2011–2036) ถ้าคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งเกินกลุ่ม ระบบจะอยู่ในกลุ่มที่สูงกว่า รายงานของ Congressional Research Service (2024) ระบุว่าตารางนี้ยังใช้ในเอกสารร่วมของกองทัพสหรัฐฯ
- EASA แบ่งการปฏิบัติการเป็น open, specific และ certified ตามระเบียบ (EU) 2019/947 ประเภท open ต้องมีมวลน้อยกว่า 25 kg บินในระยะสายตา และไม่สูงเกิน 120 m ส่วนระเบียบ (EU) 2019/945 กำหนดชั้นของอากาศยาน เช่น C0 น้อยกว่า 250 g, C1 น้อยกว่า 900 g, C2 น้อยกว่า 4 kg และ C3/C4 น้อยกว่า 25 kg ชั้นยังมีข้อกำหนดทางเทคนิคอื่นนอกจากมวล
- ประเทศไทย เงื่อนไขทั่วไปของ กพท. ให้บินในระยะสายตา ช่วงกลางวัน สูงไม่เกิน 90 m และห่างคน ยานพาหนะ และอาคาร 30 m สำหรับโดรนไม่เกิน 2 kg หรือ 50 m สำหรับโดรนที่หนักกว่า (CAAT-GM-UAS-002) โดรนที่ติดกล้องทุกลำ หรือไม่ติดกล้องแต่หนักเกิน 2 kg ต้องขึ้นทะเบียน และโดรนที่หนักเกิน 25 kg อยู่ภายใต้ประกาศแยกต่างหาก
ตัวอย่างที่ 2 จัดกลุ่มระบบในตลาดตามสามกรอบ
KG_LB, M_FT, MS_KT = 2.20462, 3.28084, 1.94384
DOD = [(1, 20, 1200, 100), (2, 55, 3500, 250), (3, 1320, 18000, 250), (4, float("inf"), 18000, float("inf"))]
def dod_group(kg, alt_m, speed_ms):
lb, ft, kt = kg * KG_LB, alt_m * M_FT, speed_ms * MS_KT
for g, max_lb, max_ft, max_kt in DOD:
if lb <= max_lb and ft < max_ft and kt < max_kt:
return g
return 5
def easa_class(kg): # ตามมวลเท่านั้น ชั้นจริงมีข้อกำหนดอื่นด้วย
for limit, c in ((0.25, "C0"), (0.9, "C1"), (4, "C2"), (25, "C3/C4")):
if kg < limit:
return c
return "not open category"
def thai_rule(kg, camera):
if kg > 25:
return "separate regulation (> 25 kg)"
return "must register" if camera or kg > 2 else "no registration"
systems = [ # ชื่อ, มวล kg, ความสูงใช้งาน m, ความเร็ว m/s, มีกล้อง
("mini quad", 0.85, 90, 15, True),
("mapping VTOL", 3.6, 90, 16, True),
("long-range fixed-wing", 20, 1500, 30, True),
("spraying drone (full tank)", 42, 10, 7, False),
]
for name, kg, alt, v, cam in systems:
print(f"{name:<27} DoD Group {dod_group(kg, alt, v)} | EASA {easa_class(kg):<17} | Thailand: {thai_rule(kg, cam)}")
mini quad DoD Group 1 | EASA C1 | Thailand: must register
mapping VTOL DoD Group 1 | EASA C2 | Thailand: must register
long-range fixed-wing DoD Group 3 | EASA C3/C4 | Thailand: must register
spraying drone (full tank) DoD Group 3 | EASA not open category | Thailand: separate regulation (> 25 kg)
โดรนพ่นยาที่เติมถังเต็มหนักเกินเกณฑ์ 25 kg จึงอยู่ใต้ประกาศแยก และอยู่ Group 3 ตามกรอบของสหรัฐฯ แม้บินต่ำและช้า เพราะมวลเกิน 55 lb ส่วนโดรนปีกตรึงบินไกลหนัก 44 lb ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มวลของ Group 2 แต่บินสูงราว 4,900 ft เกิน 3,500 ft จึงอยู่ Group 3 และถ้าบินในยุโรปที่ความสูงนี้ก็ไม่ใช่ประเภท open แม้มวลจะอยู่ในชั้น C3/C4 ตัวอย่างนี้แสดงว่ามวลขณะวิ่งขึ้นจริงรวมสิ่งบรรทุกเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่มวลเปล่า
สามสถาปัตยกรรมของตัวอากาศยาน
| ด้าน | หลายใบพัด | ปีกตรึง | VTOL |
|---|---|---|---|
| ขึ้นลง | แนวดิ่ง พื้นที่แคบ | ต้องใช้ทางวิ่ง เครื่องดีด หรือร่มลง | แนวดิ่ง พื้นที่แคบ |
| ลอยนิ่ง | ได้ | ไม่ได้ | ได้ แต่ใช้กำลังสูง |
| เวลาบินต่อพลังงาน | ต่ำ | สูง | ปานกลาง |
| ความซับซ้อน | ต่ำ | ปานกลาง | สูง (สองชุดขับเคลื่อน ช่วงเปลี่ยนโหมด) |
(สรุปจาก Fahlstrom และคณะ และ Barnhart และคณะ) โมดูล 2 จะคำนวณเวลาบินของทั้งสามแบบด้วยแบตเตอรี่เท่ากัน
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: แยกระบบสำเร็จรูปหนึ่งระบบ
- เลือกระบบสำเร็จรูปหนึ่งระบบจากเอกสารจำเพาะของผู้ผลิต แยกเป็นระบบย่อยครบทุกตัว
- เขียนเมทริกซ์ N² ระบุสิ่งที่ส่งถึงกันในแต่ละช่อง และใช้ตัวอย่างที่ 1 หาระบบย่อยที่ผูกมากที่สุด
- จัดกลุ่มระบบนั้นด้วยตัวอย่างที่ 2 โดยใช้มวลวิ่งขึ้นสูงสุดรวมสิ่งบรรทุก
- ตรวจเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนและการบินของ กพท. ฉบับล่าสุดใน UAS Portal
- เปิด SITL และ QGroundControl ระบุว่าระบบย่อยใดในภาพที่ 1 เห็นได้ในหน้าจอ GCS
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- มองแค่ตัวอากาศยาน ลืม GCS ลิงก์ อุปกรณ์ขึ้นลง และคน
- ใช้มวลเปล่าจัดกลุ่ม แทนมวลวิ่งขึ้นสูงสุด
- คิดว่ากรอบของประเทศหนึ่งใช้ได้ทุกที่
- ไม่ระบุส่วนต่อประสาน จึงไม่รู้ว่าการเปลี่ยนชิ้นหนึ่งกระทบอะไร
- อ่านกฎจากแหล่งเก่า ไม่ตรวจฉบับล่าสุด
สรุป
- UAS มีระบบย่อยหลายส่วน และปัญหามักอยู่ที่ส่วนต่อประสาน ซึ่งเมทริกซ์ N² ช่วยให้เห็น
- ระบบย่อย ตัวมีคู่ส่วนต่อประสานได้สูงสุด คู่
- กรอบของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ใช้มวล ความสูง และความเร็ว EASA ใช้ประเภทการปฏิบัติการและชั้นอากาศยาน ไทยกำหนดการขึ้นทะเบียนตามกล้องและมวล
- หลายใบพัด ปีกตรึง และ VTOL แลกความสามารถขึ้นลง การลอยนิ่ง เวลาบิน และความซับซ้อน
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- ระบบย่อย 6 ตัวมีคู่ส่วนต่อประสานได้สูงสุดกี่คู่
- โดรนหนัก 15 kg บินสูง 300 m ความเร็ว 20 m/s อยู่ DoD Group ใด
- โดรนไม่มีกล้องหนัก 1.5 kg ต้องขึ้นทะเบียนกับ กพท. หรือไม่
- EASA ประเภท open จำกัดมวลและความสูงเท่าใด
- ทำไมระบบย่อยที่ผูกกับระบบอื่นมากที่สุดจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
เฉลย
- คู่
- 33.1 lb, 984 ft, 38.9 kt จึงเป็น Group 2 เพราะมวลเกิน 20 lb
- ไม่ต้อง เพราะไม่มีกล้องและไม่เกิน 2 kg
- มวลน้อยกว่า 25 kg และสูงไม่เกิน 120 m
- การเปลี่ยนแปลงกระทบหลายส่วนต่อประสาน ต้องทดสอบซ้ำหลายจุด
สรุปสูตรสำคัญ
| จำนวนคู่ส่วนต่อประสานที่เป็นไปได้ | |
| แปลงหน่วย |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Fahlstrom, P. G., Gleason, T. J., & Sadraey, M. H. (2022). Introduction to UAV systems (5th ed.). Wiley. link
- Austin, R. (2010). Unmanned aircraft systems: UAVS design, development and deployment. Wiley. link
- Barnhart, R. K., Marshall, D. M., & Shappee, E. (Eds.). (2021). Introduction to unmanned aircraft systems (3rd ed.). CRC Press. link
- U.S. Department of Defense. (2011). Unmanned systems integrated roadmap FY2011–2036. link
- Congressional Research Service. (2024). Defense primer: Categories of uncrewed aircraft systems (IF12797). link
- European Commission. (2019). Commission Implementing Regulation (EU) 2019/947 on the rules and procedures for the operation of unmanned aircraft. link
- European Commission. (2019). Commission Delegated Regulation (EU) 2019/945 on unmanned aircraft systems and on third-country operators of unmanned aircraft systems. link
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2565). เอกสารแนวทาง CAAT-GM-UAS-002 (ปรับปรุงครั้งที่ 00). link
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2568). Important things to know before using drones [อินโฟกราฟิก]. link
- National Aeronautics and Space Administration. (2016). NASA systems engineering handbook (NASA/SP-2016-6105 Rev 2). link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz