ค้นหาและช่วยเหลือ
UAT 364 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อความปลอดภัยสาธารณะและการจัดการเหตุฉุกเฉิน
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- เลือกรูปแบบการค้นหาให้เหมาะกับข้อมูลตำแหน่งสุดท้ายที่ทราบและพื้นที่
- คำนวณค่าครอบคลุม (coverage) และโอกาสตรวจพบ (POD) จากระยะห่างแนวบิน
- คำนวณโอกาสค้นพบ (POS) และปรับโอกาสที่ผู้สูญหายอยู่ในพื้นที่ (POC) หลังค้นไม่พบ
- อ่านภาพ RGB และภาพความร้อนในงานค้นหาโดยรู้ข้อจำกัด
ทำไมต้องรู้
พื้นที่ป่าริมน้ำ 1 × 0.6 km ใหญ่เกินกว่าจะค้นละเอียดทุกตารางเมตรในเวลาที่มี ทีมต้องตัดสินใจว่าจะค้นที่ไหนก่อน ค้นถี่เท่าใด และเมื่อค้นแล้วไม่พบ ควรค้นซ้ำที่เดิมหรือย้ายไปที่อื่น ทฤษฎีการค้นหาที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยกู้ภัยใช้มานานให้คำตอบเป็นตัวเลขที่อธิบายได้ แทนการตัดสินใจด้วยความรู้สึก
รูปแบบการค้นหา
คู่มือ IAMSAR (IMO และ ICAO, ฉบับปี 2025) และคู่มือค้นหาและช่วยเหลือของ AMSA อธิบายรูปแบบการค้นหาที่ใช้กันทั่วไป
- แนวขนาน (parallel track) ครอบคลุมพื้นที่กว้างสม่ำเสมอ เมื่อไม่รู้ตำแหน่งแน่ชัด
- สี่เหลี่ยมขยาย (expanding square) เริ่มที่จุดที่น่าจะอยู่มากที่สุดแล้ววนออก เหมาะเมื่อรู้ตำแหน่งสุดท้ายค่อนข้างแน่
- รูปพัด (sector) บินผ่านจุดกลางซ้ำหลายทิศ เหมาะกับพื้นที่เล็กรอบจุดที่รู้ตำแหน่งดี
- แนวคืบ (creeping line) บินขวางแนวยาวแล้วคืบไปตามแนว เหมาะกับการค้นตามเส้นทาง เช่น ริมน้ำ
Coverage และโอกาสตรวจพบ
เอกสาร The Theory of Search ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งอิงงานของ Koopman กำหนด ความกว้างการกวาดที่ได้ผล (effective sweep width, ) เป็นความกว้างที่สะท้อนความสามารถตรวจพบเป้าหมายของเซนเซอร์นั้นในสภาพนั้น ไม่ใช่ความกว้างภาพ ค่าครอบคลุมคือ สำหรับแนวขนานห่าง จะได้ และถ้าค้นแบบสุ่ม POD = 1 − e^(−C)
ตัวอย่างที่ 1 POD ตามระยะห่างแนวบิน
ค่าสมมติ: พื้นที่ 1,000 × 600 m กล้องความร้อนตอนกลางคืน = 20 m (ต้องได้จากการทดลองกับเป้าหมาย เซนเซอร์ และสภาพจริง) บิน 5 m/s
import math
AREA_M2, SWEEP_W, SPEED = 1000 * 600, 20.0, 5.0
for spacing in (40, 20, 10):
coverage = SWEEP_W / spacing
pod = 1 - math.exp(-coverage)
track_km = AREA_M2 / spacing / 1000
print(f"spacing {spacing:>2} m: C {coverage:.1f}, POD {pod:.0%}, "
f"{track_km:.0f} km of track, {track_km * 1000 / SPEED / 60:.0f} min")
spacing 40 m: C 0.5, POD 39%, 15 km of track, 50 min
spacing 20 m: C 1.0, POD 63%, 30 km of track, 100 min
spacing 10 m: C 2.0, POD 86%, 60 km of track, 200 min
การลดระยะห่างครึ่งหนึ่งใช้เวลาเพิ่มเท่าตัว แต่ POD เพิ่มน้อยลงเรื่อย ๆ จาก 39% เป็น 63% แล้วเป็น 86% การค้นพื้นที่เดียวให้ละเอียดมากอาจไม่คุ้มเท่าการค้นหลายพื้นที่ให้ครอบคลุมพอ
POS และการปรับ POC
POC (probability of containment) คือโอกาสที่ผู้สูญหายอยู่ในพื้นที่นั้น ประเมินจากข้อมูลตำแหน่งสุดท้าย พฤติกรรม และภูมิประเทศ POS = POC × POD คือโอกาสที่การค้นครั้งนี้จะพบ เมื่อค้นพื้นที่หนึ่งแล้วไม่พบ POC ของพื้นที่นั้นลดลงตามสัดส่วน ตามเอกสารของหน่วยยามฝั่ง และเมื่อ normalize ตามหลักความน่าจะเป็นแบบเบย์ (Kratzke, Stone และ Frost, 2010) POC ของพื้นที่อื่นจะเพิ่มขึ้น
ตัวอย่างที่ 2 ค้นพื้นที่ A แล้วไม่พบ ควรค้นที่ไหนต่อ
POC เริ่มต้นสมมติ A 0.5, B 0.3, C 0.2 ค้น A ด้วย C = 1
import math
poc = {"A": 0.5, "B": 0.3, "C": 0.2}
pod_a = 1 - math.exp(-1.0)
print(f"POS of searching A: {poc['A'] * pod_a:.3f}")
not_found = 1 - poc["A"] * pod_a
updated = {k: (v * (1 - pod_a) if k == "A" else v) / not_found for k, v in poc.items()}
for k in poc:
print(f"area {k}: POC {poc[k]:.2f} -> {updated[k]:.3f}")
print("search next:", max(updated, key=updated.get))
print(f"searching A twice at C=1 gives cumulative POD {1 - (1 - pod_a) ** 2:.0%}")
POS of searching A: 0.316
area A: POC 0.50 -> 0.269
area B: POC 0.30 -> 0.439
area C: POC 0.20 -> 0.292
search next: B
searching A twice at C=1 gives cumulative POD 86%
หลังค้น A แล้วไม่พบ พื้นที่ B มีโอกาสสูงที่สุดแล้ว ควรย้ายไปค้น B ไม่ใช่วนค้น A ซ้ำ ระบบวางแผนการค้นหาของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ (SAROPS) ใช้หลักการเดียวกันกับพื้นที่นับพันช่อง
อ่านภาพในงานค้นหา
หน่วยความรู้เรื่องการค้นหาผู้ประสบภัยเตือนว่า จุดสว่างในภาพความร้อนไม่ใช่คนเสมอไป อาจเป็นก้อนหินที่ถูกแดด อุปกรณ์ร้อน หรือสัตว์ FLIR อธิบายว่ากล้องความร้อนมองทะลุผนังไม่ได้ เห็นเพียงอุณหภูมิผิว กระจกสะท้อนอินฟราเรดเหมือนกระจกเงา แต่มองผ่านควันได้ ดังนั้น การไม่พบในภาพไม่ได้แปลว่าไม่มีคน โดยเฉพาะใต้ต้นไม้หรือหลังคา การรายงานจุดต้องสงสัยต้องมีรหัสภาพ เวลา ตำแหน่งพร้อมความไม่แน่นอน และเหตุผล แล้วส่งให้ผู้ตรวจ ไม่เผยแพร่พิกัดผู้ประสบภัยทางช่องทางสาธารณะ
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ปฏิบัติการ: วางแผนค้นหาบนโต๊ะ
- ใช้แผนที่พื้นที่ฝึก แบ่งเป็นสามพื้นที่ ประเมิน POC จากข้อมูลสมมติของผู้สูญหาย พร้อมเหตุผล
- ทดลองวัด ของกล้องในแล็บกับเป้าหมายจำลองในสภาพหนึ่ง แล้วใช้โค้ดตัวอย่างที่ 1 เลือกระยะห่างแนวบิน
- เลือกรูปแบบการค้นหาของแต่ละพื้นที่ วางแนวบินใน QGroundControl
- จำลองการค้นไม่พบ ใช้โค้ดตัวอย่างที่ 2 ปรับ POC และตัดสินใจพื้นที่ต่อไป
- ให้ผู้เรียนสองคนอ่านชุดภาพฝึกแยกกัน นับจุดแจ้งผิดและจุดพลาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- ใช้ความกว้างภาพเป็นความกว้างการกวาด
- ค้นที่เดิมซ้ำ ทั้งที่ POC ของพื้นที่อื่นสูงกว่าแล้ว
- สรุปว่าพื้นที่ว่าง เพราะไม่พบในภาพ
- เรียกจุดร้อนว่าคน โดยไม่ตรวจบริบท
- เผยแพร่พิกัดผู้ประสบภัย ทางสาธารณะ
สรุป
- เลือกรูปแบบการค้นหาตามความแน่นอนของตำแหน่งสุดท้ายและลักษณะพื้นที่
- C = W/S และ POD = 1 − e^(−C) การค้นละเอียดขึ้นให้ POD เพิ่มแบบลดลงเรื่อย ๆ
- POS = POC × POD หลังค้นไม่พบ POC ของพื้นที่นั้นลดลงและพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้น
- ไม่พบในภาพไม่ได้แปลว่าไม่มี กล้องความร้อนมองทะลุผนังไม่ได้
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- W = 30 m ระยะห่างแนวบิน 30 m POD เท่าใด
- POC 0.4 POD 0.6 POS เท่าใด
- ค้นพื้นที่เดิมสองครั้ง POD ครั้งละ 0.5 POD สะสมเท่าใด
- ทำไมหลังค้น A ไม่พบ POC ของ B จึงเพิ่มขึ้น
- กล้องความร้อนมองเห็นคนหลังผนังหรือไม่
เฉลย
- , POD
- โอกาสรวมยังเป็น 1 เมื่อ A มีโอกาสน้อยลง พื้นที่อื่นจึงมีสัดส่วนมากขึ้น
- ไม่เห็น เห็นเพียงอุณหภูมิผิวของผนัง
สรุปสูตรสำคัญ
| ค่าครอบคลุม | |
| POD ของการค้นแบบสุ่ม | |
| โอกาสค้นพบ | |
| POC หลังค้นไม่พบ (normalize แล้ว) |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- International Maritime Organization & International Civil Aviation Organization. (2025). IAMSAR manual: Volume II – Mission co-ordination (2025 ed.). IMO. link
- Soza & Company & U.S. Coast Guard Office of Search and Rescue. (1996). The theory of search: A simplified explanation. U.S. Coast Guard. link
- Australian Maritime Safety Authority. (2026). National search and rescue manual (February 2026 ed.), Volume 2. link
- Kratzke, T. M., Stone, L. D., & Frost, J. R. (2010). Search and rescue optimal planning system. In Proceedings of the 13th International Conference on Information Fusion. link
- Teledyne FLIR. (2019, October 4). Can thermal imaging see through walls? And other common questions. link
- Murphy, R. R. (2014). Disaster robotics. MIT Press. link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ค้นหาผู้ประสบภัยด้วย RGB และภาพความร้อน
รูปแบบการค้นหาและความน่าจะเป็นในการตรวจพบ
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการเข้มข้นในแล็บและภาคสนาม บันทึกผลลงสมุดปฏิบัติการ
หลักฐานการเรียนรู้: สมุดปฏิบัติการที่อาจารย์ลงนาม