โมดูล 2/5 · สัปดาห์ 4–6 · 27 ชม.

ค้นหาและช่วยเหลือ

UAT 364 เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อความปลอดภัยสาธารณะและการจัดการเหตุฉุกเฉิน

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 27 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. เลือกรูปแบบการค้นหาให้เหมาะกับข้อมูลตำแหน่งสุดท้ายที่ทราบและพื้นที่
  2. คำนวณค่าครอบคลุม (coverage) และโอกาสตรวจพบ (POD) จากระยะห่างแนวบิน
  3. คำนวณโอกาสค้นพบ (POS) และปรับโอกาสที่ผู้สูญหายอยู่ในพื้นที่ (POC) หลังค้นไม่พบ
  4. อ่านภาพ RGB และภาพความร้อนในงานค้นหาโดยรู้ข้อจำกัด

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 364 โมดูล 1 · UAT 361 โมดูล 4 (ภาพถ่ายความร้อน)

ทำไมต้องรู้

พื้นที่ป่าริมน้ำ 1 × 0.6 km ใหญ่เกินกว่าจะค้นละเอียดทุกตารางเมตรในเวลาที่มี ทีมต้องตัดสินใจว่าจะค้นที่ไหนก่อน ค้นถี่เท่าใด และเมื่อค้นแล้วไม่พบ ควรค้นซ้ำที่เดิมหรือย้ายไปที่อื่น ทฤษฎีการค้นหาที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยกู้ภัยใช้มานานให้คำตอบเป็นตัวเลขที่อธิบายได้ แทนการตัดสินใจด้วยความรู้สึก

รูปแบบการค้นหา

คู่มือ IAMSAR (IMO และ ICAO, ฉบับปี 2025) และคู่มือค้นหาและช่วยเหลือของ AMSA อธิบายรูปแบบการค้นหาที่ใช้กันทั่วไป

สี่ช่อง แนวขนานบินไปกลับเป็นแนวตั้งทั่วพื้นที่ สี่เหลี่ยมขยายเริ่มที่จุดกลางแล้ววนออกเป็นสี่เหลี่ยมใหญ่ขึ้น รูปพัดเป็นสามกลีบสามเหลี่ยมรอบจุดกลาง และแนวคืบบินไปกลับเป็นแนวนอนเคลื่อนลงทีละแนว
ภาพที่ 1 รูปแบบการค้นหาสี่แบบ
  • แนวขนาน (parallel track) ครอบคลุมพื้นที่กว้างสม่ำเสมอ เมื่อไม่รู้ตำแหน่งแน่ชัด
  • สี่เหลี่ยมขยาย (expanding square) เริ่มที่จุดที่น่าจะอยู่มากที่สุดแล้ววนออก เหมาะเมื่อรู้ตำแหน่งสุดท้ายค่อนข้างแน่
  • รูปพัด (sector) บินผ่านจุดกลางซ้ำหลายทิศ เหมาะกับพื้นที่เล็กรอบจุดที่รู้ตำแหน่งดี
  • แนวคืบ (creeping line) บินขวางแนวยาวแล้วคืบไปตามแนว เหมาะกับการค้นตามเส้นทาง เช่น ริมน้ำ

Coverage และโอกาสตรวจพบ

เอกสาร The Theory of Search ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งอิงงานของ Koopman กำหนด ความกว้างการกวาดที่ได้ผล (effective sweep width, ) เป็นความกว้างที่สะท้อนความสามารถตรวจพบเป้าหมายของเซนเซอร์นั้นในสภาพนั้น ไม่ใช่ความกว้างภาพ ค่าครอบคลุมคือ สำหรับแนวขนานห่าง จะได้ และถ้าค้นแบบสุ่ม POD = 1 − e^(−C)

ตัวอย่างที่ 1 POD ตามระยะห่างแนวบิน

ค่าสมมติ: พื้นที่ 1,000 × 600 m กล้องความร้อนตอนกลางคืน = 20 m (ต้องได้จากการทดลองกับเป้าหมาย เซนเซอร์ และสภาพจริง) บิน 5 m/s

import math

AREA_M2, SWEEP_W, SPEED = 1000 * 600, 20.0, 5.0
for spacing in (40, 20, 10):
    coverage = SWEEP_W / spacing
    pod = 1 - math.exp(-coverage)
    track_km = AREA_M2 / spacing / 1000
    print(f"spacing {spacing:>2} m: C {coverage:.1f}, POD {pod:.0%}, "
          f"{track_km:.0f} km of track, {track_km * 1000 / SPEED / 60:.0f} min")
spacing 40 m: C 0.5, POD 39%, 15 km of track, 50 min
spacing 20 m: C 1.0, POD 63%, 30 km of track, 100 min
spacing 10 m: C 2.0, POD 86%, 60 km of track, 200 min

การลดระยะห่างครึ่งหนึ่งใช้เวลาเพิ่มเท่าตัว แต่ POD เพิ่มน้อยลงเรื่อย ๆ จาก 39% เป็น 63% แล้วเป็น 86% การค้นพื้นที่เดียวให้ละเอียดมากอาจไม่คุ้มเท่าการค้นหลายพื้นที่ให้ครอบคลุมพอ

POS และการปรับ POC

POC (probability of containment) คือโอกาสที่ผู้สูญหายอยู่ในพื้นที่นั้น ประเมินจากข้อมูลตำแหน่งสุดท้าย พฤติกรรม และภูมิประเทศ POS = POC × POD คือโอกาสที่การค้นครั้งนี้จะพบ เมื่อค้นพื้นที่หนึ่งแล้วไม่พบ POC ของพื้นที่นั้นลดลงตามสัดส่วน ตามเอกสารของหน่วยยามฝั่ง และเมื่อ normalize ตามหลักความน่าจะเป็นแบบเบย์ (Kratzke, Stone และ Frost, 2010) POC ของพื้นที่อื่นจะเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างที่ 2 ค้นพื้นที่ A แล้วไม่พบ ควรค้นที่ไหนต่อ

POC เริ่มต้นสมมติ A 0.5, B 0.3, C 0.2 ค้น A ด้วย C = 1

import math

poc = {"A": 0.5, "B": 0.3, "C": 0.2}
pod_a = 1 - math.exp(-1.0)
print(f"POS of searching A: {poc['A'] * pod_a:.3f}")

not_found = 1 - poc["A"] * pod_a
updated = {k: (v * (1 - pod_a) if k == "A" else v) / not_found for k, v in poc.items()}
for k in poc:
    print(f"area {k}: POC {poc[k]:.2f} -> {updated[k]:.3f}")
print("search next:", max(updated, key=updated.get))
print(f"searching A twice at C=1 gives cumulative POD {1 - (1 - pod_a) ** 2:.0%}")
POS of searching A: 0.316
area A: POC 0.50 -> 0.269
area B: POC 0.30 -> 0.439
area C: POC 0.20 -> 0.292
search next: B
searching A twice at C=1 gives cumulative POD 86%

หลังค้น A แล้วไม่พบ พื้นที่ B มีโอกาสสูงที่สุดแล้ว ควรย้ายไปค้น B ไม่ใช่วนค้น A ซ้ำ ระบบวางแผนการค้นหาของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ (SAROPS) ใช้หลักการเดียวกันกับพื้นที่นับพันช่อง

กราฟแท่งสามพื้นที่ แต่ละพื้นที่มีแท่งก่อนและหลัง พื้นที่ A ลดจาก 0.50 เป็น 0.27 พื้นที่ B เพิ่มจาก 0.30 เป็น 0.44 และพื้นที่ C เพิ่มจาก 0.20 เป็น 0.29
ภาพที่ 2 POC ก่อนและหลังค้นพื้นที่ A แล้วไม่พบ

อ่านภาพในงานค้นหา

หน่วยความรู้เรื่องการค้นหาผู้ประสบภัยเตือนว่า จุดสว่างในภาพความร้อนไม่ใช่คนเสมอไป อาจเป็นก้อนหินที่ถูกแดด อุปกรณ์ร้อน หรือสัตว์ FLIR อธิบายว่ากล้องความร้อนมองทะลุผนังไม่ได้ เห็นเพียงอุณหภูมิผิว กระจกสะท้อนอินฟราเรดเหมือนกระจกเงา แต่มองผ่านควันได้ ดังนั้น การไม่พบในภาพไม่ได้แปลว่าไม่มีคน โดยเฉพาะใต้ต้นไม้หรือหลังคา การรายงานจุดต้องสงสัยต้องมีรหัสภาพ เวลา ตำแหน่งพร้อมความไม่แน่นอน และเหตุผล แล้วส่งให้ผู้ตรวจ ไม่เผยแพร่พิกัดผู้ประสบภัยทางช่องทางสาธารณะ

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: วางแผนค้นหาบนโต๊ะ

  1. ใช้แผนที่พื้นที่ฝึก แบ่งเป็นสามพื้นที่ ประเมิน POC จากข้อมูลสมมติของผู้สูญหาย พร้อมเหตุผล
  2. ทดลองวัด ของกล้องในแล็บกับเป้าหมายจำลองในสภาพหนึ่ง แล้วใช้โค้ดตัวอย่างที่ 1 เลือกระยะห่างแนวบิน
  3. เลือกรูปแบบการค้นหาของแต่ละพื้นที่ วางแนวบินใน QGroundControl
  4. จำลองการค้นไม่พบ ใช้โค้ดตัวอย่างที่ 2 ปรับ POC และตัดสินใจพื้นที่ต่อไป
  5. ให้ผู้เรียนสองคนอ่านชุดภาพฝึกแยกกัน นับจุดแจ้งผิดและจุดพลาด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • ใช้ความกว้างภาพเป็นความกว้างการกวาด
  • ค้นที่เดิมซ้ำ ทั้งที่ POC ของพื้นที่อื่นสูงกว่าแล้ว
  • สรุปว่าพื้นที่ว่าง เพราะไม่พบในภาพ
  • เรียกจุดร้อนว่าคน โดยไม่ตรวจบริบท
  • เผยแพร่พิกัดผู้ประสบภัย ทางสาธารณะ

สรุป

  • เลือกรูปแบบการค้นหาตามความแน่นอนของตำแหน่งสุดท้ายและลักษณะพื้นที่
  • C = W/S และ POD = 1 − e^(−C) การค้นละเอียดขึ้นให้ POD เพิ่มแบบลดลงเรื่อย ๆ
  • POS = POC × POD หลังค้นไม่พบ POC ของพื้นที่นั้นลดลงและพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้น
  • ไม่พบในภาพไม่ได้แปลว่าไม่มี กล้องความร้อนมองทะลุผนังไม่ได้

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. W = 30 m ระยะห่างแนวบิน 30 m POD เท่าใด
  2. POC 0.4 POD 0.6 POS เท่าใด
  3. ค้นพื้นที่เดิมสองครั้ง POD ครั้งละ 0.5 POD สะสมเท่าใด
  4. ทำไมหลังค้น A ไม่พบ POC ของ B จึงเพิ่มขึ้น
  5. กล้องความร้อนมองเห็นคนหลังผนังหรือไม่
เฉลย
  1. , POD
  2. โอกาสรวมยังเป็น 1 เมื่อ A มีโอกาสน้อยลง พื้นที่อื่นจึงมีสัดส่วนมากขึ้น
  3. ไม่เห็น เห็นเพียงอุณหภูมิผิวของผนัง

สรุปสูตรสำคัญ

ค่าครอบคลุม
POD ของการค้นแบบสุ่ม
โอกาสค้นพบ
POC หลังค้นไม่พบ (normalize แล้ว)

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. International Maritime Organization & International Civil Aviation Organization. (2025). IAMSAR manual: Volume II – Mission co-ordination (2025 ed.). IMO. link
  2. Soza & Company & U.S. Coast Guard Office of Search and Rescue. (1996). The theory of search: A simplified explanation. U.S. Coast Guard. link
  3. Australian Maritime Safety Authority. (2026). National search and rescue manual (February 2026 ed.), Volume 2. link
  4. Kratzke, T. M., Stone, L. D., & Frost, J. R. (2010). Search and rescue optimal planning system. In Proceedings of the 13th International Conference on Information Fusion. link
  5. Teledyne FLIR. (2019, October 4). Can thermal imaging see through walls? And other common questions. link
  6. Murphy, R. R. (2014). Disaster robotics. MIT Press. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการเข้มข้นในแล็บและภาคสนาม บันทึกผลลงสมุดปฏิบัติการ

หลักฐานการเรียนรู้: สมุดปฏิบัติการที่อาจารย์ลงนาม

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: ความปลอดภัยสาธารณะและภัยพิบัติ