โมดูล 4/5 · สัปดาห์ 10–12 · 27 ชม.

SORA และ Specific Category

UAT 401 กฎหมาย ความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยงของระบบอากาศยานไร้คนขับ

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. นิยาม flight geography, contingency volume, operational volume และ ground risk buffer ตาม SORA 2.5
  2. คำนวณขนาดพื้นที่ที่ใช้ประเมินความเสี่ยงภาคพื้นจากความเร็ว เวลาตอบสนอง และความสูง
  3. หาความหนาแน่นประชากรสูงสุดใน footprint และเลือกแถวของตาราง iGRC
  4. เปรียบเทียบผลของมาตรการลดความเสี่ยงกับการออกแบบพื้นที่ใหม่ต่อค่า SAIL

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 401 โมดูล 1–3 · UAT 312 โมดูล 5 (ขั้นตอนของ SORA 2.5)

ทำไมต้องรู้

UAT 312 ไล่สิบขั้นตอนของ SORA 2.5 และอ่านตารางหา iGRC กับ SAIL ในกรณีฝึก หน่วยความรู้เรื่องระเบียบวิธี SORA ของคลังความรู้โดรนอธิบาย ConOps, GRC, ARC, SAIL และ OSO ส่วนหน่วยความรู้เรื่อง BVLOS และการประเมินความเสี่ยงเตือนให้เชื่อมความเสี่ยง มาตรการ และหลักฐานเข้าด้วยกัน ในงานจริง ค่าที่ป้อนเข้าตาราง เช่นความหนาแน่นประชากร ขึ้นกับขนาดพื้นที่ที่เราวาดเอง โมดูลนี้จึงฝึกคำนวณพื้นที่เหล่านั้น และเห็นว่าการออกแบบพื้นที่ใหม่บางครั้งได้ผลเท่ากับการเพิ่มอุปกรณ์

ปริมาตรและ buffer ใน SORA 2.5

SORA 2.5 (JARUS, 2024) ให้นิยามดังนี้ flight geography คือบริเวณที่โดรนบินในสภาพปกติ รวมระยะเผื่อความคลาดเคลื่อนของระบบและการปฏิบัติ contingency volume ล้อมรอบ flight geography การเข้าไปในบริเวณนี้ถือเป็นสภาพผิดปกติที่ต้องใช้ขั้นตอน contingency operational volume คือ flight geography รวม contingency volume และเป็นฐานของการประเมินความเสี่ยงทางอากาศ ส่วน ground risk buffer คือพื้นที่บนพื้นดินที่ล้อมรอบรอยเท้าของ contingency volume เอกสารหลักระบุว่า buffer เริ่มต้นอาจกำหนดด้วย หลัก 1 ต่อ 1 (กว้างเท่าความสูงบิน) หรือค่าอื่นที่พิสูจน์ได้ตามภาคผนวก E และ buffer สุดท้ายกำหนดในขั้นที่ 8 ซึ่งอาจเปลี่ยนตามระดับ containment หรือมาตรการ เช่นร่มชูชีพ

ตัวอย่างที่ 1 พื้นที่สำรวจชานเมืองติดหมู่บ้าน

flight geography 400 × 300 m บินสูงสุด 60 m ความเร็ว 15 m/s ผู้บังคับใช้เวลาตอบสนอง 3 s และระยะหยุดสมมติ 15 m ข้อมูลประชากรเป็นตาราง 100 m ทุ่งนาทางตะวันตก 20 คน/km² พื้นที่ทั่วไป 300 คน/km² และหมู่บ้านทางตะวันออก 1,200 คน/km² (ข้อมูลสมมติ)

import numpy as np

fg_w, fg_h = 400.0, 300.0     # flight geography (m)
height = 60.0                 # ความสูงบินสูงสุด AGL (m)
speed, react = 15.0, 3.0      # ความเร็ว m/s และเวลาตอบสนองของผู้บังคับ s
contingency = speed * react + 15.0   # ระยะวิ่งระหว่างตอบสนอง + ระยะหยุด (สมมติ)
buffer = height               # ground risk buffer เริ่มต้นตามหลัก 1 ต่อ 1

def area(margin):
    return (fg_w + 2 * margin) * (fg_h + 2 * margin) / 1e6   # km²

print(f"contingency volume width {contingency:.0f} m, ground risk buffer {buffer:.0f} m")
print(f"flight geography {area(0):.3f} km², operational volume {area(contingency):.3f} km², "
      f"with buffer {area(contingency + buffer):.3f} km²")

# ความหนาแน่นประชากร (คน/km²) ของตาราง 100 m รอบพื้นที่ (ข้อมูลสมมติ)
x = np.arange(-200, 700, 100) + 50
y = np.arange(-200, 600, 100) + 50
X, Y = np.meshgrid(x, y)
dens = np.where(X >= 450, 1200, 300)         # หมู่บ้านอยู่ทางตะวันออก
dens = np.where(X < 0, 20, dens)             # ทุ่งนาทางตะวันตก
m = contingency + buffer
cover = (X > -m) & (X < fg_w + m) & (Y > -m) & (Y < fg_h + m)
fg = (X > 0) & (X < fg_w) & (Y > 0) & (Y < fg_h)
print(f"max density in flight geography {dens[fg].max()} /km², "
      f"in footprint with buffer {dens[cover].max()} /km²")
contingency volume width 60 m, ground risk buffer 60 m
flight geography 0.120 km², operational volume 0.218 km², with buffer 0.346 km²
max density in flight geography 300 /km², in footprint with buffer 1200 /km²

พื้นที่ที่ต้องใช้ประเมินความเสี่ยงภาคพื้นใหญ่เกือบสามเท่าของ flight geography และแม้เส้นทางบินจะไม่เข้าหมู่บ้าน แต่ buffer ครอบถึงช่องที่มีหมู่บ้าน ความหนาแน่นสูงสุดที่ต้องใช้จึงเป็น 1,200 ไม่ใช่ 300 คน/km² สูตรความกว้าง contingency volume ในตัวอย่างเป็นแบบง่ายเพื่อการสอน งานจริงต้องรวมความคลาดของระบบนำทาง ลม และการบินที่ใช้หยุดจริงของอากาศยานรุ่นนั้น

แผนที่ตารางประชากร ช่องสีเขียวอ่อนทางซ้ายคือทุ่งนา 20 คนต่อตารางกิโลเมตร ช่องสีเทาตรงกลาง 300 และช่องสีส้มอ่อนทางขวาคือหมู่บ้าน 1,200 สี่เหลี่ยมเส้นทึบสีฟ้าคือ flight geography 400 คูณ 300 เมตร ล้อมด้วยเส้นประสีทองของ contingency volume และเส้นประสีชมพูของ ground risk buffer ซึ่งยื่นเข้าไปในช่องหมู่บ้าน
ภาพที่ 1 flight geography, contingency volume และ ground risk buffer บนแผนที่ประชากร

จาก iGRC สู่ SAIL

ตาราง 2 ของ SORA 2.5 ให้ iGRC ตามขนาดและความเร็วสูงสุดของอากาศยานกับความหนาแน่นประชากร สำหรับคอลัมน์ขนาดไม่เกิน 1 m และความเร็วไม่เกิน 25 m/s แถวความหนาแน่นน้อยกว่า 5, 50, 500, 5,000 และ 50,000 คน/km² ให้ iGRC 2, 3, 4, 5 และ 6 และพื้นที่ควบคุมได้ iGRC 1 ตาราง 5 ให้มาตรการลดความเสี่ยงภาคพื้น เช่น M2 (ลดพลังงานกระแทก เช่นร่มชูชีพ) ระดับกลางลด 1 ระดับสูงลด 2 และตาราง 7 แปลง final GRC กับ residual ARC เป็น SAIL

ตัวอย่างที่ 2 เพิ่มร่มชูชีพ หรือหดพื้นที่บิน

โดรนขนาดไม่เกิน 1 m ความเร็วไม่เกิน 25 m/s สมมติ residual ARC-b ทุกกรณี เทียบสามทาง ไม่มีมาตรการ ใช้ M2 ระดับกลางที่มีหลักฐานครบ และหดขอบตะวันออกของพื้นที่บิน 100 m จน footprint ไม่ถึงหมู่บ้าน (กรณีฝึก)

ROWS = [5, 50, 500, 5000, 50000]            # ขอบบนของแถวความหนาแน่น (คน/km²) ตาราง 2 SORA 2.5
IGRC_1M = [2, 3, 4, 5, 6]                    # คอลัมน์ 1 m / 25 m/s
MIN_1M = 1                                   # แถวพื้นที่ควบคุม
SAIL = {2: "I II IV VI", 3: "II II IV VI", 4: "III III IV VI",
        5: "IV IV IV VI", 6: "V V V VI", 7: "VI VI VI VI"}   # ตาราง 7, ARC a b c d

def igrc(density):
    for top, g in zip(ROWS, IGRC_1M):
        if density < top:
            return g
    return 7

def sail(grc, arc):
    return SAIL[max(grc, 2)].split()["abcd".index(arc)]

cases = {
    "village east, no mitigation": (1200, 0, "b"),
    "village east, M2 medium (-1)": (1200, -1, "b"),
    "flight area cut by 100 m": (300, 0, "b"),
}
for name, (d, mit, arc) in cases.items():
    g0 = igrc(d)
    g = max(g0 + mit, MIN_1M)
    print(f"{name:30s} density {d:>5}  iGRC {g0}  final GRC {g}  ARC-{arc}  SAIL {sail(g, arc)}")
village east, no mitigation    density  1200  iGRC 5  final GRC 5  ARC-b  SAIL IV
village east, M2 medium (-1)   density  1200  iGRC 5  final GRC 4  ARC-b  SAIL III
flight area cut by 100 m       density   300  iGRC 4  final GRC 4  ARC-b  SAIL III

ทั้งการใช้ร่มชูชีพที่พิสูจน์ได้ระดับกลางและการหดพื้นที่บินลด SAIL จาก IV เป็น III เท่ากัน แต่ต้นทุนต่างกัน ร่มชูชีพต้องมีหลักฐานการทดสอบตามภาคผนวก B ส่วนการหดพื้นที่อาจต้องบินเพิ่มอีกเที่ยวเพื่อเก็บส่วนที่เหลือ ตัวอย่างนี้ใช้ฝึกคิดเท่านั้น งานจริงต้องใช้ข้อมูลประชากรจริง ประเมิน ARC จริง และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับ

ตาราง SAIL หกแถว GRC น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ถึง GRC 7 และสี่คอลัมน์ ARC-a ถึง ARC-d ช่อง GRC 5 กับ ARC-b ค่า IV ระบายสีชมพูคือกรณีไม่มีมาตรการ ช่อง GRC 4 กับ ARC-b ค่า III ระบายสีทองคือกรณีใช้ M2 หรือลดพื้นที่
ภาพที่ 2 ตาราง SAIL ของ SORA 2.5 กับกรณีตัวอย่าง

กิจกรรมในชั้นเรียน

กิจกรรม: ออกแบบพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยง

  1. เลือกพื้นที่สำรวจจริงรอบมหาวิทยาลัย วาด flight geography บนแผนที่
  2. ประมาณความเร็ว เวลาตอบสนอง และระยะหยุดของโดรนฝึก คำนวณ contingency volume และ buffer ด้วยตัวอย่างที่ 1
  3. หาข้อมูลความหนาแน่นประชากรจากแหล่งที่เปิดเผย ระบุแหล่งและปี แล้วหาค่าสูงสุดใน footprint
  4. ไล่ตารางหา SAIL และเสนอสองทางเลือกที่ลด SAIL พร้อมหลักฐานที่ต้องใช้
  5. อภิปรายว่าค่าใดเป็นสมมติฐาน และจะตรวจยืนยันอย่างไรก่อนยื่นจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • ใช้ความหนาแน่นเฉพาะใน flight geography ลืม buffer
  • ตั้ง contingency volume แคบกว่าระยะที่โดรนใช้หยุดจริง
  • อ้างมาตรการ M2 โดยไม่มีหลักฐานระดับที่อ้าง
  • ลด GRC ต่ำกว่าค่าต่ำสุดของคอลัมน์
  • ใช้ค่าจากกรณีฝึกยื่นขออนุญาตจริง

สรุป

  • operational volume = flight geography + contingency volume และ buffer ล้อมรอบรอยเท้าของ contingency volume
  • buffer เริ่มต้นอาจใช้หลัก 1 ต่อ 1 และปรับในขั้นที่ 8
  • ความหนาแน่นประชากรต้องใช้ค่าสูงสุดใน footprint ทั้งหมด
  • การออกแบบพื้นที่ใหม่อาจลด SAIL ได้เท่ากับการเพิ่มมาตรการ

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. contingency volume ต่างจาก flight geography อย่างไร
  2. บินสูง 80 m ใช้หลัก 1 ต่อ 1 buffer เริ่มต้นกว้างเท่าใด
  3. ความเร็ว 12 m/s เวลาตอบสนอง 2 s ระยะหยุด 10 m ความกว้าง contingency volume แบบง่ายเท่าใด
  4. โดรนคอลัมน์ 1 m ความหนาแน่นสูงสุด 1,200 คน/km² ได้ iGRC เท่าใด
  5. final GRC 4 กับ residual ARC-c ได้ SAIL เท่าใด
เฉลย
  1. flight geography คือบริเวณบินปกติ contingency volume ล้อมรอบและการเข้าไปถือเป็นสภาพผิดปกติ
  2. 80 m
  3. m
  4. 5 (แถวน้อยกว่า 5,000)
  5. SAIL IV

สรุปสูตรสำคัญ

ความกว้าง contingency volume (แบบง่าย)
ground risk buffer ตามหลัก 1 ต่อ 1
final GRC

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems. (2024). JARUS guidelines on Specific Operations Risk Assessment (SORA), main body, edition 2.5 (JAR-DEL-SRM-SORA-MB-2.5). link
  2. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2569). ประกาศ กพท. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ปฏิบัติแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนด พ.ศ. 2569 (มีผล 17 พฤษภาคม 2569). link
  3. International Civil Aviation Organization. (2015). Manual on remotely piloted aircraft systems (RPAS) (Doc 10019). ICAO. link
  4. European Commission. (2019). Commission Implementing Regulation (EU) 2019/947 on the rules and procedures for the operation of unmanned aircraft. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน

หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: กฎหมาย ความปลอดภัย และความเสี่ยง