โมดูล 5/5 · สัปดาห์ 13–15 · 27 ชม.

LiDAR และเซนเซอร์ภารกิจ

UAT 205 เซนเซอร์และระบบเครื่องมือวัด

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 27 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. อธิบายหลักการวัดระยะของ LiDAR และคำนวณความหนาแน่นพัลส์จากอัตรายิง ความเร็ว ความสูง และมุมกวาด
  2. เทียบความหนาแน่นกับระดับคุณภาพของ USGS
  3. อธิบายหลักการ FMCW radar และคำนวณความละเอียดระยะและความถี่บีต
  4. เลือกเซนเซอร์ให้เหมาะกับภารกิจด้วยตารางคะแนนถ่วงน้ำหนัก และตรวจว่าผลไวต่อน้ำหนักเพียงใด

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: UAT 205 โมดูล 1–4

ทำไมต้องรู้

เซนเซอร์บินได้ (IMU บารอมิเตอร์) ช่วยให้โดรนบินได้ แต่ เซนเซอร์ภารกิจ (payload) คือเหตุผลที่โดรนขึ้นบิน การเลือกผิดทำให้เสียทั้งเงินและเวลาบิน โมดูลนี้ปิดวิชาด้วยเซนเซอร์วัดระยะที่สำคัญสองชนิด คือ LiDAR และเรดาร์ และวิธีเลือกเซนเซอร์อย่างมีเหตุผล หน่วยความรู้เรื่อง Payload ของคลังความรู้โดรนย้ำว่าให้เริ่มจาก คำถามของภารกิจ ไม่ใช่จากอุปกรณ์ที่อยากใช้

LiDAR

LiDAR ยิงพัลส์เลเซอร์แล้ววัดเวลาที่สะท้อนกลับ เหมือน rangefinder ในโมดูล 3 แต่กวาดหลายทิศได้หลายแสนจุดต่อวินาที เมื่อรวมกับตำแหน่งและท่าทางจาก GNSS และ IMU จะได้ กลุ่มจุด (point cloud) สามมิติ ข้อดีเด่นคือพัลส์บางส่วนลอดช่องว่างของใบไม้ลงถึงพื้นได้ จึงวัดทั้งความสูงพืชและพื้นดินใต้พืชในเที่ยวบินเดียว

ความละเอียดของผลขึ้นกับ ความหนาแน่นพัลส์ ตารางข้อกำหนด LiDAR ของ USGS แบ่งระดับคุณภาพ เช่น QL1 ต้องมีอย่างน้อย 8 พัลส์ต่อตารางเมตร และ QL2 อย่างน้อย 2 พัลส์ต่อตารางเมตร

โดรนอยู่ด้านบน รูปสามเหลี่ยมสีฟ้าแผ่จากโดรนลงถึงพื้น มุมยอด theta 70 องศา เส้นประแนวตั้งจากโดรนถึงพื้นคือความสูง H เส้นใต้พื้นแสดงความกว้างแนวกวาด W เท่ากับ 2H คูณแทนเจนต์ของครึ่งมุม
ภาพที่ 1 เรขาคณิตการกวาดของ LiDAR

ตัวอย่างที่ 1 ความหนาแน่นพัลส์ของ LiDAR สามแบบ

สมมติบินแนวเดียวไม่ซ้อนทับ พัลส์กระจายสม่ำเสมอ และนับหนึ่งพัลส์ต่อการยิง

import math

def pulse_density(prr, h, v, fov_deg):
    swath = 2 * h * math.tan(math.radians(fov_deg / 2))
    return swath, prr / (v * swath)

cases = [
    ("solid-state 240k", 240_000, 60, 8, 70),
    ("same, higher and faster", 240_000, 120, 15, 70),
    ("small mechanical 20k", 20_000, 100, 12, 70),
]
for name, prr, h, v, fov in cases:
    w, d = pulse_density(prr, h, v, fov)
    level = "meets QL1" if d >= 8 else "meets QL2" if d >= 2 else "below QL2"
    print(f"{name:<24} swath {w:5.1f} m, {d:6.1f} pulses/m^2, spacing {1 / math.sqrt(d):.2f} m, {level}")
solid-state 240k         swath  84.0 m,  357.0 pulses/m^2, spacing 0.05 m, meets QL1
same, higher and faster  swath 168.0 m,   95.2 pulses/m^2, spacing 0.10 m, meets QL1
small mechanical 20k     swath 140.0 m,   11.9 pulses/m^2, spacing 0.29 m, meets QL1

การบินสูงและเร็วขึ้นเพิ่มพื้นที่ต่อเที่ยว แต่ความหนาแน่นลดลงตามผลคูณของทั้งสองอย่าง ส่วนเซนเซอร์อัตรายิงต่ำยังผ่าน QL1 ได้ถ้าบินช้าพอ ในงานจริงการบินซ้อนแนวเพิ่มความหนาแน่น ส่วนมุมกวาดที่ขอบและพื้นที่ไม่สะท้อนแสงลดความหนาแน่น

LiDAR ใช้เลเซอร์ จึงต้องตรวจ ระดับความปลอดภัยของเลเซอร์ ตาม IEC 60825-1:2014 จากเอกสารผู้ผลิตก่อนใช้งานใกล้คน โดยเฉพาะขณะทดสอบบนพื้น

FMCW radar

เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรแบบ FMCW (frequency-modulated continuous wave) ส่งคลื่นที่ความถี่เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงเรียกว่า chirp คลื่นสะท้อนกลับมาช้าไป เมื่อผสมกับคลื่นที่กำลังส่ง จะได้ ความถี่บีต โดย คือความชันของ chirp เอกสาร SPYY005A ของ Texas Instruments แสดงว่า ความละเอียดระยะ ขึ้นกับแบนด์วิดท์ของ chirp อย่างเดียว เรดาร์ทำงานได้ในฝุ่น ควัน หมอก และกลางคืน จึงนิยมใช้เป็นเครื่องวัดความสูงและตรวจสิ่งกีดขวางในโดรนเกษตร

กราฟความถี่ตามเวลา เส้นทึบสีฟ้าสองเส้นคือ chirp ที่ส่ง เพิ่มความถี่เป็นเส้นตรง เส้นประสีชมพูขนานกันแต่เลื่อนไปทางขวาคือคลื่นที่รับกลับ ช่วงเลื่อนแนวนอนคือ tau เท่ากับ 2d หารด้วย c ระยะแนวตั้งระหว่างสองเส้นคือความถี่บีต f_b
ภาพที่ 2 chirp ของ FMCW radar และความถี่บีต

ตัวอย่างที่ 2 ความละเอียดระยะและความถี่บีต

C = 299_792_458

for bw in (4e9, 1e9, 250e6):
    print(f"bandwidth {bw / 1e9:.2f} GHz -> range resolution {C / (2 * bw) * 100:.2f} cm")
S = 30e12                                   # Hz/s ความชันของ chirp (30 MHz/µs)
for d in (5, 10, 20):
    print(f"target at {d:>2} m -> beat frequency {S * 2 * d / C / 1e6:.2f} MHz")
bandwidth 4.00 GHz -> range resolution 3.75 cm
bandwidth 1.00 GHz -> range resolution 14.99 cm
bandwidth 0.25 GHz -> range resolution 59.96 cm
target at  5 m -> beat frequency 1.00 MHz
target at 10 m -> beat frequency 2.00 MHz
target at 20 m -> beat frequency 4.00 MHz

แบนด์วิดท์ 4 GHz ได้ความละเอียด 3.75 cm ตรงกับตัวอย่างในเอกสารของ TI และระยะกับความถี่บีตเป็นสัดส่วนกัน เรดาร์จึงแยกระยะด้วยการแยกความถี่

เลือกเซนเซอร์ให้ภารกิจ

ภารกิจสมมติคือ วัดความสูงทรงพุ่มอ้อยในแปลง 50 ไร่ด้วยโดรน VTOL ของแล็บ ตารางคะแนนถ่วงน้ำหนักช่วยให้ทีมตัดสินใจอย่างโปร่งใส แต่ผลขึ้นกับน้ำหนักที่ตั้ง จึงต้องทดลองเปลี่ยนน้ำหนักดูทุกครั้ง

ตัวอย่างที่ 3 ตารางคะแนนและความไวต่อน้ำหนัก

คะแนน 1–5 ที่ทีมให้ร่วมกัน (ค่าสมมติ)

criteria = ["height accuracy", "sees ground under crop", "mass on VTOL", "cost", "processing effort"]
scores = {
    "LiDAR": [5, 5, 2, 1, 3],
    "RGB photogrammetry": [3, 1, 5, 5, 3],
    "mmWave radar altimeter": [2, 2, 4, 4, 4],
}
weight_sets = {
    "accuracy first": [0.35, 0.25, 0.15, 0.15, 0.10],
    "budget first": [0.15, 0.25, 0.15, 0.35, 0.10],
}
for label, w in weight_sets.items():
    assert abs(sum(w) - 1) < 1e-9
    ranked = sorted(((sum(a * b for a, b in zip(w, s)), name) for name, s in scores.items()), reverse=True)
    print(f"{label}: " + ", ".join(f"{name} {total:.2f}" for total, name in ranked))
accuracy first: LiDAR 3.75, RGB photogrammetry 3.10, mmWave radar altimeter 2.80
budget first: RGB photogrammetry 3.50, mmWave radar altimeter 3.20, LiDAR 2.95

เมื่อความแม่นสำคัญที่สุด LiDAR ชนะ แต่เมื่อให้น้ำหนักงบประมาณมาก ภาพถ่าย RGB ขึ้นนำ ทีมจึงต้องตกลงน้ำหนักจากความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลก่อนดูคะแนน และบันทึกเหตุผลไว้

การใช้หลายเซนเซอร์ร่วมกันต้อง ซิงก์เวลา ให้ตรงกัน LiDAR ที่ยิงหลายแสนจุดต่อวินาทีบนโดรนที่บิน 10 m/s ถ้าเวลาคลาด 10 ms ตำแหน่งจุดจะคลาด 10 cm ระบบจริงจึงใช้สัญญาณ PPS จาก GNSS หรือโปรโตคอลซิงก์เวลา (Groves, 2013)

ปฏิบัติการประจำโมดูล

ปฏิบัติการ: วางแผนเซนเซอร์ภารกิจ

  1. ใช้โค้ดตัวอย่างที่ 1 กับสเปกของ LiDAR ที่แล็บมีหรือที่จะซื้อ หาความสูงและความเร็วที่ผ่าน QL1
  2. ถ้าแล็บมีข้อมูล LiDAR ตัวอย่าง เปิดใน CloudCompare นับความหนาแน่นจริง เทียบกับที่คำนวณ
  3. ทดลองเรดาร์วัดระยะแบบบอร์ดพัฒนาในห้อง บันทึกระยะที่แยกได้เทียบกับตัวอย่างที่ 2
  4. สร้างตารางคะแนนสำหรับภารกิจของกลุ่มตนเอง ให้สมาชิกแต่ละคนตั้งน้ำหนักแยกกันแล้วเทียบผล
  5. ตรวจระดับความปลอดภัยของเลเซอร์จากเอกสารผู้ผลิตก่อนทดสอบใกล้คน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • เลือกเซนเซอร์ก่อนตั้งคำถามภารกิจ
  • ใช้อัตรายิงจากโฆษณา โดยไม่คิดความสูง ความเร็ว และมุมกวาด
  • ถือว่าความละเอียดระยะของเรดาร์คือความแม่น
  • ตั้งน้ำหนักในตารางคะแนนหลังเห็นผล
  • ไม่ซิงก์เวลาระหว่างเซนเซอร์

สรุป

  • LiDAR วัดระยะด้วยเวลาของพัลส์ ความหนาแน่นพัลส์ = PRR/(v·W) ต้องเทียบกับระดับคุณภาพ เช่น QL1 ≥ 8 พัลส์/m²
  • FMCW radar แยกระยะด้วยความถี่บีต และความละเอียดระยะ = c/2B
  • ตารางคะแนนถ่วงน้ำหนักช่วยเลือกเซนเซอร์ แต่ต้องตรวจความไวต่อน้ำหนัก
  • หลายเซนเซอร์ต้องซิงก์เวลา และ LiDAR ต้องตรวจระดับความปลอดภัยของเลเซอร์

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. บินสูง 50 m มุมกวาด 90° แนวกวาดกว้างเท่าใด
  2. PRR 100,000 พัลส์/s บิน 10 m/s แนวกวาด 100 m ความหนาแน่นเท่าใด ผ่าน QL1 หรือไม่
  3. chirp แบนด์วิดท์ 2 GHz มีความละเอียดระยะเท่าใด
  4. ถ้าคูณทั้งความสูงและความเร็วบินด้วยสอง ความหนาแน่นพัลส์เปลี่ยนเป็นกี่เท่า
  5. โดรนบิน 12 m/s เวลาระหว่าง LiDAR กับ IMU คลาด 5 ms ตำแหน่งคลาดเท่าใด
เฉลย
  1. m
  2. พัลส์/m² ผ่าน QL1
  3. m หรือ 7.5 cm
  4. ลดเหลือหนึ่งในสี่ เพราะแนวกวาดกว้างขึ้นสองเท่าและความเร็วสองเท่า
  5. m

สรุปสูตรสำคัญ

ความกว้างแนวกวาดและความหนาแน่นพัลส์
ความละเอียดระยะของ FMCW
ความถี่บีต

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. U.S. Geological Survey. (2025). Lidar base specification tables (2025 rev. A). link
  2. Iovescu, C., & Rao, S. (2020). The fundamentals of millimeter wave radar sensors (SPYY005A). Texas Instruments. link
  3. International Electrotechnical Commission. (2014). Safety of laser products – Part 1: Equipment classification and requirements (IEC 60825-1:2014, Ed. 3.0). link
  4. Fraden, J. (2016). Handbook of modern sensors: Physics, designs, and applications (5th ed.). Springer. link
  5. Groves, P. D. (2013). Principles of GNSS, inertial, and multisensor integrated navigation systems (2nd ed.). Artech House. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย

หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: เซนเซอร์และระบบสมองกลฝังตัว · ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และฝูงโดรน · การสำรวจ ทำแผนที่ และภูมิสารสนเทศ · การตรวจสอบ อุตสาหกรรม และการเฝ้าระวัง