กำกับและติดตามโครงการ
UAT 316 การบริหารโครงการเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการ
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- วัดผลการดำเนินงานด้วยการบริหารมูลค่าที่ได้รับ (EVM) และพยากรณ์ต้นทุนเมื่อจบโครงการ
- ตั้ง KPI ที่มีนิยาม ตัวหาร แหล่งข้อมูล และความถี่ทบทวน
- จัดทำทะเบียนความเสี่ยงตามกระบวนการ ISO 31000 และจัดลำดับด้วยเมทริกซ์โอกาสเกิดกับผลกระทบ
- วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ควบคุมการเปลี่ยนแปลง และกำหนดเงื่อนไขหยุดโครงการ
ทำไมต้องรู้
แผนที่ดีที่สุดก็คลาดเคลื่อนเมื่อเริ่มทำจริง คำถามของผู้บริหารจึงไม่ใช่ “ทำตามแผนไหม” แต่เป็น “ตอนนี้ดีหรือแย่กว่าแผนเท่าใด และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะจบที่เท่าใด” การรายงานว่า “ใช้เงินไปครึ่งหนึ่งแล้ว” ไม่ได้บอกอะไรเลยถ้าไม่รู้ว่าได้งานไปเท่าใด โมดูลนี้ให้เครื่องมือตอบคำถามนั้นด้วยตัวเลข และกลไกที่ทำให้โครงการหยุดได้ทันเมื่อสมควรหยุด
การบริหารมูลค่าที่ได้รับ
การบริหารมูลค่าที่ได้รับ (Earned Value Management, EVM) เปรียบเทียบสามค่า ณ เวลาเดียวกัน ตามคู่มือประมาณต้นทุนของ GAO (U.S. Government Accountability Office)
- PV (planned value) มูลค่างานที่แผนบอกว่าควรเสร็จ ณ วันนี้
- EV (earned value) มูลค่างานที่เสร็จจริง คิดตามงบของงานนั้น
- AC (actual cost) เงินที่จ่ายจริง
- BAC (budget at completion) งบรวมทั้งโครงการ
ตัวอย่างที่ 1 สถานะโครงการ ณ สัปดาห์ที่ 6
โครงการหน่วยบริการมีงบรวม 1,200,000 บาท แผนใช้จ่ายสม่ำเสมอ 12 สัปดาห์ ณ สัปดาห์ที่ 6 งานเสร็จ 45% และจ่ายเงินไปแล้ว 620,000 บาท
bac = 1_200_000
pv = bac * 6 / 12
ev = bac * 0.45
ac = 620_000
cv, sv = ev - ac, ev - pv
cpi, spi = ev / ac, ev / pv
eac = bac / cpi
print(f"PV {pv:,.0f} EV {ev:,.0f} AC {ac:,.0f}")
print(f"CV {cv:+,.0f} SV {sv:+,.0f} CPI {cpi:.3f} SPI {spi:.3f}")
print(f"EAC {eac:,.0f} VAC {bac - eac:+,.0f}")
PV 600,000 EV 540,000 AC 620,000
CV -80,000 SV -60,000 CPI 0.871 SPI 0.900
EAC 1,377,778 VAC -177,778
ค่าติดลบของ CV และ SV บอกว่าโครงการทั้งเกินงบและช้ากว่าแผน CPI 0.871 หมายความว่าจ่าย 1 บาทได้งานเพียง 0.87 บาท ถ้าประสิทธิภาพเป็นแบบนี้ต่อไป โครงการจะจบที่ประมาณ 1.38 ล้านบาท เกินงบเกือบ 178,000 บาท สูตร EAC = BAC/CPI สมมติว่าประสิทธิภาพเดิมจะคงอยู่ ถ้าสาเหตุแก้ได้แล้ว ต้องใช้วิธีพยากรณ์อื่น ค่า SV มีหน่วยเป็นเงิน ไม่ใช่เวลา
KPI ที่ใช้ตัดสินใจได้
ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicator, KPI) ต้องมีนิยาม ตัวหาร แหล่งข้อมูล ผู้ติดตาม และความถี่ทบทวน ตัวอย่างจากหน่วยความรู้ “กำกับโครงการและติดตามผล” ของคลังความรู้โดรน โครงการสำรวจส่งงาน 20 ชุด ผ่านการตรวจครั้งแรก 15 ชุด ส่งตรงเวลา 18 ชุด และมี 2 ชุดที่ยังรอพิกัดยืนยัน
delivered, first_pass, on_time, pending = 20, 15, 18, 2
print(f"first-pass acceptance {first_pass / delivered:.0%}")
print(f"on-time delivery {on_time / delivered:.0%}")
print(f"pending confirmation {pending} sets (not counted as passed)")
first-pass acceptance 75%
on-time delivery 90%
pending confirmation 2 sets (not counted as passed)
ส่งตรงเวลา 90% แต่ผ่านครั้งแรกเพียง 75% เป็นคนละมิติกัน ถ้าดูเฉพาะความตรงเวลา จะมองไม่เห็นว่างานหนึ่งในสี่ต้องแก้ และงานที่รอยืนยันต้องนับแยก ไม่นับเป็นผ่าน จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าแก้ปัญหาของผู้ใช้ได้ดีขึ้น KPI ต้องวัดผลที่ผู้ใช้ต้องการ
ความเสี่ยงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ISO 31000:2018 วางกระบวนการบริหารความเสี่ยงเป็น ระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และจัดการความเสี่ยง พร้อมสื่อสารและเฝ้าติดตามต่อเนื่อง ทะเบียนความเสี่ยง (risk register) บันทึกแต่ละความเสี่ยงโดยแยกสาเหตุ เหตุการณ์ และผลกระทบ ตามที่เรียนใน UAT 313 โมดูล 3
risks = [
("R1", "permit delayed", 4, 4, "file early, assign an owner, weekly follow-up"),
("R2", "drone crash during pilot service", 2, 5, "OM, checklists, insurance, geofence"),
("R3", "mapping software price rises", 3, 2, "compare two vendors, budget reserve"),
]
for rid, event, likelihood, impact, response in sorted(risks, key=lambda r: r[2] * r[3], reverse=True):
score = likelihood * impact
level = "high" if score >= 15 else "medium" if score >= 8 else "low"
print(f"{rid} score {score:>2} ({level:<6}) {event:<32} -> {response}")
R1 score 16 (high ) permit delayed -> file early, assign an owner, weekly follow-up
R2 score 10 (medium) drone crash during pilot service -> OM, checklists, insurance, geofence
R3 score 6 (low ) mapping software price rises -> compare two vendors, budget reserve
คะแนนช่วยจัดลำดับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด R2 คะแนน 10 ต่ำกว่า R1 แต่ผลกระทบสูงสุด (อาจมีผู้บาดเจ็บ) จึงต้องมีมาตรการแม้โอกาสเกิดต่ำ การแบ่งระดับในตัวอย่างเป็นเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเพื่อฝึก แต่ละองค์กรต้องกำหนดเกณฑ์ของตนเอง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ของหน่วยบริการ เช่น นายกเทศมนตรี ชุมชนที่ถูกบินผ่าน สำนักงานการบินพลเรือน (กพท.) ผู้ขายอุปกรณ์ และทีมนักบิน นิยมจัดกลุ่มด้วย ตารางอำนาจกับความสนใจ กลุ่มที่อำนาจสูงและสนใจมากต้องบริหารใกล้ชิด ส่วนกลุ่มที่อำนาจต่ำแต่ได้รับผลกระทบ เช่น ชุมชน ต้องแจ้งข้อมูลสม่ำเสมอ
ควบคุมการเปลี่ยนแปลงและเงื่อนไขหยุด
ทุกการเปลี่ยนขอบเขต เวลา หรืองบ ต้องผ่าน การควบคุมการเปลี่ยนแปลง (change control) บันทึกคำขอ ประเมินผลกระทบ อนุมัติโดยผู้มีอำนาจ แล้วปรับแผน การยอมเพิ่มงานเล็ก ๆ ทีละน้อยโดยไม่ผ่านกระบวนการ เรียกว่า scope creep เป็นสาเหตุหลักที่โครงการเกินงบ
โครงการที่ดีต้องกำหนด เงื่อนไขหยุดหรือทบทวน ตั้งแต่ต้น เช่น “ถ้า CPI ต่ำกว่า 0.85 สองรอบติดกัน ให้ทบทวนขอบเขต” หรือ “ถ้านำร่องแล้วอัตราผ่านครั้งแรกต่ำกว่า 70% ให้หยุดขยายงาน” การหยุดโครงการที่ไม่ได้ผลเร็วเป็นการตัดสินใจที่ดี ไม่ใช่ความล้มเหลว
กิจกรรมในชั้นเรียน
กิจกรรม: ประชุมทบทวนโครงการ
- แบ่งบทบาทเป็นผู้จัดการโครงการ ผู้บริหาร และผู้ตรวจ ผู้จัดการรายงานสถานะสัปดาห์ที่ 6 จากตัวอย่างที่ 1 ด้วยตัวเลข EVM
- ผู้บริหารถามว่าจะให้จบในงบเดิมต้องมี CPI ของงานที่เหลือเท่าใด ให้กลุ่มคำนวณ (งานที่เหลือหารด้วยเงินที่เหลือ)
- เพิ่มความเสี่ยงอีกสองข้อลงทะเบียน พร้อมเจ้าของความเสี่ยงและวิธีรับมือ
- เขียน KPI สามตัวและเงื่อนไขหยุดสองข้อของโครงการ ตามแบบในหน่วยความรู้ “กำกับโครงการและติดตามผล”
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- รายงานเงินที่ใช้ไปโดยไม่รายงานงานที่ได้ จึงไม่รู้ว่าเกินงบหรือไม่
- ตีความ SV เป็นจำนวนวัน ทั้งที่มีหน่วยเป็นเงิน
- ตั้ง KPI ที่นับกิจกรรม เช่น จำนวนเที่ยวบิน แทนผลที่ผู้ใช้ต้องการ
- จัดลำดับความเสี่ยงด้วยคะแนนอย่างเดียว ละเลยความเสี่ยงที่ผลกระทบร้ายแรง
- ยอมเพิ่มงานโดยไม่ผ่านการควบคุมการเปลี่ยนแปลง
สรุป
- EVM เทียบ PV, EV และ AC ได้ CV, SV, CPI และ SPI และพยากรณ์ต้นทุนเมื่อจบด้วย EAC = BAC/CPI
- KPI ต้องมีนิยาม ตัวหาร แหล่งข้อมูล และความถี่ทบทวน และวัดผลที่ผู้ใช้ต้องการ
- ทะเบียนความเสี่ยงแยกสาเหตุ เหตุการณ์ และผลกระทบ จัดลำดับด้วยโอกาสเกิดคูณผลกระทบร่วมกับวิจารณญาณ
- ควบคุมการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง และกำหนดเงื่อนไขหยุดหรือทบทวนตั้งแต่เริ่มโครงการ
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- EV = 300,000 บาท AC = 250,000 บาท มี CPI และ CV เท่าใด
- EV = 400,000 บาท PV = 500,000 บาท โครงการเร็วหรือช้ากว่าแผน
- BAC = 2,000,000 บาท CPI = 0.8 มี EAC เท่าใด
- ความเสี่ยงหนึ่งมีโอกาสเกิด 3 และผลกระทบ 5 คะแนนเท่าใด
- ส่งงาน 40 ชุด ผ่านครั้งแรก 30 ชุด อัตราผ่านครั้งแรกเท่าใด
เฉลย
- CPI และ CV บาท ต่ำกว่างบ
- ช้ากว่าแผน เพราะ SPI (SV บาท)
- บาท
สรุปสูตรสำคัญ
| ผลต่างต้นทุนและกำหนดการ | |
| ดัชนีประสิทธิภาพ | |
| ต้นทุนคาดการณ์เมื่อจบ (CPI คงที่) | |
| คะแนนความเสี่ยง |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- U.S. Government Accountability Office. (2020). Cost estimating and assessment guide: Best practices for developing and managing program costs (GAO-20-195G). link
- Project Management Institute. (2025). A guide to the project management body of knowledge (PMBOK guide) (8th ed.). link
- International Organization for Standardization. (2018). Risk management – Guidelines (ISO 31000:2018). link
- Kerzner, H. (2025). Project management: A systems approach to planning, scheduling, and controlling (14th ed.). Wiley. link
- ISO. (2020). ISO 21502:2020 Project, programme and portfolio management — Guidance on project management. link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน
หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง